เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงเวทีการเปิดรับฟังความคิดเห็น โครงการ TH-AI PASSPORT ในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ ว่า นายไชยชนก รมว.ดีอี ได้มอบหมายให้ตนและปลัดดีอี ไปรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดที่มีในโลกออนไลน์ หรือในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้มองว่า เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียว จึงเห็นว่าควรเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นดีกว่า ซึ่งเวทีนี้ ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร แต่ได้มีการเชิญชวนให้ท่านที่สนใจโครงการนี้ และระบุว่ามีข้อบกพร่องตรงไหน  หรือควรเพิ่มอะไร เพราะขณะนี้ยังไม่มีใครเห็นว่าตัวเนื้องานเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นในเวทีความคิดเห็นจะได้เห็นในหลายส่วน ซึ่งกระทรวงไม่ได้ปิดกั้นว่าให้ใครไปหรือไม่ให้ใครไป แต่เราเชิญทุกคนไป เพื่อไปให้ข้อมูลในโครงการนี้

เมื่อถามว่า ความคิดเห็นในเวทีนี้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่ เนื่องจากตัวโครงการ ได้ผู้ว่าจ้างไปแล้ว รมช.ดีอี กล่าวว่า ความคิดเห็นมองได้หลายแบบ บางความคิดเห็นอาจจะอยู่ในส่วนของสัญญาอยู่แล้ว หรือบางส่วนที่อยู่นอกเหนือสัญญาแล้ว ถ้าเป็นความคิดเห็นที่ดีแล้วทางคู่สัญญา หรือนักพัฒนาเห็นว่า สามารถทำได้ ก็คงเป็นการเจรจาเบื้องต้นแบบนั้นไปก่อน แต่ขอให้รอข้อสรุปจากการรับฟังก่อน

รมช.ดีอี  กล่าวว่า เวทีการรับฟังความคิดเห็นนี้ ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ เพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าการทำโครงการรัฐ จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญา ซึ่งโครงการนี้ตามความเป็นจริงก็มีเหมือนกัน แต่ในขณะนั้นที่ทำประชาพิจารณ์ ไม่มีใครเข้ามาให้ความเห็นอะไรเลย แต่เมื่อโครงการผ่านแล้วได้ผู้รับจ้าง และกำลังเริ่มต้นขั้นตอน เพิ่งมีความเห็น แต่เราก็เห็นว่า เปิดโอกาส เนื่องจากกระทรวงเห็นว่า เป็นโครงการที่ดี จึงอยากทำให้ดีตามที่ทุกคนตั้งใจ ซึ่งความตั้งใจของเราคืออยากให้เป็นเหมือนประเทศอื่นที่แจกให้ทุกคน แต่เรายังติดงบประมาณ ที่ไม่สามารถทำได้เช่นนั้น เช่น สิงคโปร์ ที่ให้สิทธิประชาชนจำนวนเยอะกว่าไทยนิดหนึ่ง แต่ระยะเวลาสั้นกว่าไทยครึ่งหนึ่ง และใช้งบประมาณเยอะกว่า พร้อมย้ำว่า โครงการนี้กระทรวงมองถึงความคุ้มค่า และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้ ไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 

เมื่อถามถึง กรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นนี้จะเป็นเวทีฟอกขาวให้กับโครงการนั้น รมช.ดีอี กล่าวว่า ถ้าบอกว่าเป็นเวทีฟอกขาว ถ้าอย่างนั้นเราต้องเชิญเฉพาะบุคคล เพื่อต้องการให้ข้อมูลเชิงบวกอย่างเดียว แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่ได้เชิญเฉพาะบุคคล พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ เพราะเราพร้อมที่รับฟังความคิดเห็น ฉะนั้น จะมาบอกว่าฟอกขาวหรือไม่ วันนี้ขออย่าชี้นำสังคมแบบนี้ ขอให้คุยกันด้วยเนื้องานจริงๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ใครที่ออกมาสนับสนุนโครงการดังกล่าว ทั้งที่อาจจะเป็นความเห็นต่างของสังคม ทุกคนมีความคิดเห็นได้หมดไม่ว่าจะเป็นมุมไหน ทั้งดี ไม่ดี และความเป็นกลาง เพราะฉะนั้นการชี้นำไปว่าใครทำแบบนี้ถือว่าผิด ตนเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่จิตใจที่ไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่ ในการที่จะมองว่าทุกคนสามารถเห็นต่างได้.