เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดมหกรรมการเงินเพื่อครูไทย “Unlock a better life” สร้างโอกาสใหม่เพื่อชีวิตครูไทยที่ดีกว่า 4 ภูมิภาค ครั้งที่ 3 ภาคเหนือ ที่จังหวัดพิษณุโลกพร้อมด้วย นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหาร ศธ. สถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ-เอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยนายพชรเสฏฐ์บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้การต้อนรับและเข้าร่วม

โดยนายอรรถพล กล่าวว่า ตามที่นโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เล็งเห็นความสำคัญเรื่องหนี้สินของประชาชน โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมกันดําเนินการจัดการแก้ไขนั้น ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นจํานวนมากและส่วนใหญ่ล้วนแต่มีปัญหาเรื่องหนี้สินเกือบทั้งสิ้น

ศธ. ภายใต้การนำของ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. จึงได้ร่วมกันหาแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาเหล่านี้ โดยเร่งดําเนินการแก้ปัญหาหนี้สินฯ ใน 2 มิติด้วยกัน กลุ่มแรก ครูที่ทําหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอน ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยให้บุคลากรครู ได้มีขวัญและกําลังใจมุ่งมั่นในด้านการเรียนการสอน เสริมสร้างประสิทธิภาพในด้านการเรียนการสอนโดยไม่ต้อง กังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน อันจะส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาและคุณภาพสังคมที่ดีขึ้น กลุ่มที่สอง คือข้าราชการที่เกษียณแล้ว ที่รับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวไม่มีรายได้พิเศษหรือวิทยฐานะต่าง ๆ แต่ยังมีหนี้จากสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

ด้วยปัญหาดังกล่าว จึงนํามาสู่โครงการมหกรรมแก้ไขปัญหาหนี้สินครูตามลําดับ ด้วยการหารือกับสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูรวมถึงจัดทํากิจกรรมลงนามความร่วมมือพร้อมกําหนดรูปแบบแนวทางในการแก้ไขหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเป็นฐานในการปรับโครงสร้างหนี้ อีกทั้งรวมหนี้จากทุกสถาบันการเงินมาไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู รวมทั้งมีการควบคุมยอดหนี้ไม่ให้เกินความสามารถในการชําระหนี้โดยตั้งเป้าหมายว่าอย่างน้อยจะต้องมีเงินเดือนสุทธิหรือเงินออมหลังจากหักชําระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ 30 ตลอดจนเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับสถาบันการเงินหรือเป็นสมาชิกของเครดิตบูโร เพื่อหาแนวทางในการปรับสภาพหนี้และปรับโครงสร้างนี้หนี้เดิมที่มีอยู่กับ กยศ. ก่อนหน้าที่จะมาเป็นครู

ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า  สำหรับภาพรวมการดําเนินการศึกษาสหกรณ์ออมทรัพย์จังหวัดพิษณุโลก มีครูที่มาปรับโครงสร้างหนี้ประมาณ 1 พันคน โดยดําเนินการสําเร็จไปแล้วกว่า 600 กว่าคน ที่เหลือกําลังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการก็ขอให้ความมั่นใจว่าจะดําเนินกิจกรรมดี ๆ เช่นนี้ไปอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้รับ โปรโมชั่นพิเศษต่าง ๆ จากธนาคารและสถาบันการเงิน ส่วนผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามกําหนดวันและเวลาได้ ธนาคารบางแห่งก็ยังเปิดโอกาสให้ครูเข้าไปปรับโครงสร้างหนี้ได้ หรือบางธนาคารจัดโปรโมชันลดดอกเบี้ยให้แก่ครูที่เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ด้วยเพิ่มสร้างแรงจูงใจให้กับครูได้มาเข้าร่วมในโครงการแก้ปัญหา หนี้สินครูในครั้งนี้

“ขอเน้นย้ำและฝากอีกประเด็นหนึ่งที่สําคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ กลุ่มของผู้ค้ำประกันที่ต้องรับความเสี่ยง ซึ่งที่ผ่านมามี หนี้เสีย (NPL) ที่ได้กลายเป็นภาระหนี้ตกมาถึงผู้ค้ำ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ค้ำ ทั้งแบบค้ำประกันเป็นกลุ่มหรือแบบตัวต่อตัว ซึ่งมีมากกว่า 1 หมื่นราย โครงการนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ค้ำ ในการรับผิดชอบในหนี้สินเพียงแค่ส่วนเดียวจากที่เคยต้องรับทั้งหมด สำหรับภาพรวมกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อมุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาหนี้สินครู และสร้างความรู้ทางการเงินให้แก่ครู สร้างวินัยทางการเงิน และสามารถวางแผนจัดการ เรื่องการเงินในอนาคตที่ถูกต้องอย่างเป็นระบบและยั่งยืนได้ ขอให้กําลังใจแก่ครูที่เข้าร่วมโครงการ และหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์แก่ครูทุกคนด้วยเช่นกัน”