สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองไชเอนน์ รัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ว่า นายมาร์ค กอร์ดอน ผู้ว่าการรัฐไวโอมิง ลงนามในกฎหมายที่สภานิติบัญญัติลงมติผ่าน เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้การสั่งยา, การจ่ายยา, การแจกจ่าย, การจำหน่าย หรือการใช้ยาใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ที่นำมาซึ่งการทำแท้ง มีความผิดตามกฎหมาย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงที่พยายามทำแท้ง หรือทำแท้งด้วยสารเคมี จะไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด นอกจากนี้ กฎหมายข้างต้นจะไม่ครอบคลุมถึงการรับประทานยาหลังอาหารเช้า หรือการรักษาเพื่อปกป้องสตรี ที่ตกอยู่ในอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิต อีกทั้งยังยกเว้นการรักษาในการแท้งบุตรตามธรรมชาติ ตามแนวปฏิบัติทางการแพทย์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในปัจจุบันเช่นกัน

ด้าน นายแอนโทนิโอ เซอร์ราโน ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนของสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (เอซีแอลยู) ในรัฐไวโอมิง วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่า สุขภาพของบุคคล ที่ไม่ใช่การเมือง ควรชี้นำการตัดสินใจทางการแพทย์ที่สำคัญ รวมถึงการตัดสินใจทำแท้ง

ทั้งนี้ กอร์ดอน กล่าวว่า เขาจะอนุมัติให้ร่างกฎหมายแยกอีกฉบับ ที่ห้ามการทำแท้งในวงกว้าง ยกเว้นในสถานการณ์ที่จำกัด กลายเป็นกฎหมายโดยที่เขาไม่ต้องลงนาม ซึ่งการห้ามข้างต้น และการห้ามจำหน่ายหรือใช้ยาเม็ดยุติการตั้งครรภ์ อาจเผชิญกับความท้าทายในศาล ยิ่งไปกว่านั้น มันยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การห้ามในวงกว้างจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด

ขณะเดียวกัน นายแมทธิว แคกสแมริค ผู้พิพากษาในรัฐเทกซัส กำลังพิจารณาคดีที่อาจจำกัดการเข้าถึงยาทั่วสหรัฐ และอาจมีผลห้ามการใช้ยาทำแท้งทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าจะมีคำตัดสินในเร็ว ๆ นี้ ว่าควรมีการจำหน่ายยาเม็ดยุติการตั้งครรภ์ “มิฟิพริสโตน” ในสหรัฐหรือไม่.

เครดิตภาพ : REUTERS