เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามของนายเศรณี อนิบล สว. ถาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เรื่อง ปัญหาราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำว่า แม้เกษตรกรจะทำตามมาตรฐาน นำพันธุ์ที่มีคุณภาพ มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 25-28% มาปลูก แต่การรับซื้อปาล์มน้ำมันมักตรวจสอบด้วยตา ให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันเพียง 17-18%  ขอให้กระทรวงพาณิชย์ควบคุมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้รับซื้อผลผลิตที่เป็นไปตามชั้นปาล์ม ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสต๊อกน้ำมันให้ตรวจจริง อย่านั่งเทียน

นางศุภจี ชี้แจงว่า ราคาน้ำมันปาล์มดิบพบว่า ขึ้น-ลง ขณะนี้อยู่ในช่วงราคาลงต่อเนื่อง ราคาน้ำมันปาล์มดิบมาเลเซีย อยู่ที่ 37.48 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายในประเทศอยู่ที่ 38 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อราคาส่งออกไม่ดีกว่าขายในประเทศ จึงไม่มีใครอยากส่งออก การขึ้น-ลงของราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ยืนยันไม่มีนโยบายห้ามการส่งออก แต่การส่งออกได้ต้องขออนุญาต

“ส่วนที่บอกอย่านั่งเทียนนั้น ควรให้เกียรติกัน ดิฉันและข้าราชการทำงานเต็มที่ การพูดแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ ที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ” นางศุภจี กล่าว

จากนั้นนางศุภจี ยังตอบกระทู้สดของนายพละวัต ตันศิริ สว. เรื่องมาตรฐานการจัดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดปัญหา PM 2.5 ว่า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า ผู้นำเข้าจะต้องรับรอง และปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบการนำเข้า ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 โดยผู้นำเข้าต้องขึ้นทะเบียนรายปีกับกรมการค้าต่างประเทศก่อนการนำเข้า และมีหนังสือรับรองตัวเองว่า เป็นผลผลิตทำการเกษตรปลอดการเผา เพื่อแสดงต่อกรมศุลกากร รวมถึงต้องแจ้งรายงานการนำเข้าให้กรมการค้าต่างประเทศทราบภายใน 30 วัน นับจากวันนำเข้า ถือเป็นมาตรการเบื้องต้นในระยะปรับตัว เพื่อควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แบบปลอดการเผา 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการระยะยาวนั้น จะยกเลิกการรับรองตัวเองของผู้นำเข้า เป็นมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เป็นสากล มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงมีการตรวจสอบย้อนหลังว่า ภายหลังการนำเข้าแล้ว หากพบว่า แปลงที่นำเข้าสินค้ามีการเผา จะยกเลิกไม่ให้มีการนำเข้าต่อไป