สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า กูเตร์เรส อธิบาย “รายงานสังเคราะห์” ฉบับที่ 6 จากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (ไอพีซีซี) ว่าเป็น “แนวทางการอยู่รอดสำหรับมนุษยชาติ” และกระตุ้นให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว ดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในช่วงต้นปี 2583
รายงานดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับ “การตรวจสอบ” การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศระดับโลก ซึ่งจะมีขึ้นในปีนี้ โดยประเทศต่าง ๆ จะทำการประเมินความคืบหน้า และมีการคาดการณ์ว่า จะมีการปรับปรุงคำมั่นสัญญาด้านสภาพอากาศภายในปี 2568 ภายใต้ข้อตกลงปารีส ฉบับปี 2558
"Humanity is on thin ice – and that ice is melting fast."
— Euronews Green (@euronewsgreen) March 20, 2023
Introducing a new report from the IPCC, UN Secretary General António Guterres was typically blunt about what we need to do to combat climate change ???? pic.twitter.com/SGTI6WMgoX
ตามข้อมูลของไอพีซีซี การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องลดลงครึ่งหนึ่ง ภายในช่วงกลางปี 2573 หากต้องการให้โลกมีโอกาสจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเป้าหมายสำคัญที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีส
แต่กระนั้น แนวโน้มในปัจจุบันกลับเผยให้เห็นว่า โลกกำลังจะอุ่นขึ้นอีก 3.2 องศาเซลเซียส ภายในสิ้นศตวรรษนี้ และอุณหภูมิจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2.2 องศาเซลเซียส แม้จะบรรลุคำมั่นสัญญาที่มีอยู่แล้วก็ตาม
#IPCC #ClimateChange 2023: Synthesis Report "is a survival guide for humanity," says @UN SG @antonioguterres in the IPCC press conference today.
— IPCC (@IPCC_CH) March 20, 2023
Follow live ???? https://t.co/hd6OPJrPkk pic.twitter.com/lUGJtAyLFl
ด้านผู้สังเกตการณ์ กล่าวว่า ประเด็นหลักของความขัดแย้งมีทั้งภาษาเกี่ยวกับการเงิน และผลกระทบที่คาดการณ์ไว้ของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เช่นเดียวกับประเด็น “ความเสมอภาค” และความยุติธรรมด้านสภาพอากาศสำหรับประเทศยากจน
ทั้งนี้ ไอพีซีซี ระบุว่า โลกจำเป็นต้องเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว รวมทั้งเปลี่ยนพฤติกรรมการเกษตรและการรับประทาน หากมันมีโอกาสที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ นอกจากนี้ คณะกรรมการยังกล่าวเตือนถึงสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น ตลอดจนโอกาสของการเกิด “จุดพลิกผัน” ที่เป็นหายนะ และไม่สามารถกลับเป็นเหมือนเดิมได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



