นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อม นายรอเฉด ใบกาเด็ม ผู้บริหารวิทยาลัยเทคโนโลยีอันดามันอนาโตเลียน เข้าเยี่ยมชมกิจการต่อเรือของอู่ขุนสมุทร มารีน ชิปยาร์ด โดยบริษัท ลันตาครูซ จำกัด ตั้งอยู่ที่บ้านขุนสมุทร ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยมี นายธิติ ส่งตระกูล ประธานกรรมการบริษัท ลันตาครูซ จำกัด ให้การต้อนรับและบรรยายให้ข้อมูล พร้อมนำเยี่ยมชมเกี่ยวกับการซ่อมทำเรือของอู่ขุนสมุทร มารีน ชิปยาร์ด อู่เรือขุนสมุทร มารีน ชิปยาร์ด ให้บริการต่อเรือ ซ่อมเรือทุกประเภท ก่อตั้งภายใต้นิติบุคคล บริษัท ลันตาครูซ จำกัด มานานกว่า 15 ปี เพื่อรองรับ งานต่อเรือซ่อมเรือของบริษัทในเครือต่อมาในปี 2562 ได้เปิดให้บริการอู่เรือในเชิงพานิชย์ ด้วยพื้นที่อู่ ประมาณ 50,000 ตรม.
สำหรับการเยี่ยมชมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการจัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีอันดามันอนาโตเลียน (Andaman Anatolian Technology College : AATC) โดยวิทยาลัย AATC จะมีการเปิดสอนในระดับ ปวช. และ ปวส. ในหลากหลายสาขา หนึ่งในนั้นจะให้ความสำคัญในสาขาเทคโนโลยีการต่อเรือ โดยในอนาคตจะผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลตุรกี เนื่องจากปัจจุบันนี้มีภาคเอกชนจากประเทศตุรกีมีความสนใจที่จะลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจด้านการต่อเรือ ในระยะแรกทางภาคเอกชนดังกล่าวพร้อมที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเรือมาช่วยในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนให้กับวิทยาลัย AATC เพื่อให้มีหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเน้นการสร้างแรงงานที่มีทักษะสูง ที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนของทั้งสองประเทศ
รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า หนึ่งในสาขาที่สำคัญในวิทยาลัย AATC ที่จะจัดตั้งขึ้นในจังหวัดสตูลคือหลักสูตรการต่อเรือ และการให้บริการทั้งระบบ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีภาคเอกชนจากประเทศตุรกีพร้อมที่จะมาจัดตั้งบริษัทการต่อเรือในพื้นที่โดยเฉพาะการต่อเรือยอร์ช เป็นต้น จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะต้องเร่งสร้างแรงงานเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานต่อไป สำหรับวิทยาลัย AATC จะมีพาร์ทเนอร์การเรียนการสอนในอนาคต ได้แก่ มหาวิทยาลัยสตูล ที่จะเร่งจัดตั้งในพื้นที่ อู่ต่อเรือแห่งนี้ที่จะเป็นสถานที่ฝึกการเรียนการสอน และสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการต่อเรือจากประเทศตุรกี โดยในระยะต่อไปจะมีการเข้าพบทูตประเทศตุรกีเพื่อหารือในเรื่องความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลตุรกีในลักษณะ G2G และมีแผนจะเดินทางไปศึกษาดูงานต่อในประเทศตุรกีเพื่อนำองค์ความรู้กลับมาเตรียมการจัดการเรียนการสอนในวิทยาลัย AATC โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ต่อไป.



