21 มีนาคม 2566 นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ร่วมพิธีเปิดป้าย “สถาบันภาษาจีน และการศึกษาอบรมด้านเทคนิคและอาชีวศึกษา” โดยกล่าวสุนทรพจน์ว่า
กระผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเชิญมาร่วมในงานพิธีเปิดป้ายสถาบันภาษาจีน และการศึกษาอบรมด้านเทคนิคอาชีวะ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างศูนย์แลกเปลี่ยน และส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจีน และคณะกรรมการอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย
ในนามของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ขอแสดงความยินดีกับสถาบันภาษาจีนและการศึกษาอบรมด้านเทคนิคอาชีวะที่ก่อตั้งได้สาเร็จ และขอแสดงคารวะอย่างสูง และความขอบคุณจากใจจริงต่อเพื่อนมิตรทั้งหลาย ที่คอยเอาใจใส่และให้การสนับสนุนต่อความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างจีนกับไทย
นาย หาน จื้อเฉียง ระบุว่า อาชีวศึกษาเป็นการศึกษาที่สร้างมูลค่า และยังเป็นช่องทางที่สำคัญในการยกระดับ
ประสิทธิภาพของอุตสาหกรรม สร้างความผาสุกและชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ทั้งประเทศจีนและประเทศไทย ต่างก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีวศึกษาเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ได้ยืนหยัดในจุดแข็งของตนเอง และร่วมกันพัฒนาความร่วมมือทางอาชีวศึกษาด้วยกัน ซึ่งได้ประสบผลลัพธ์มากมาย
ตามสถิติที่ผ่านมาสถาบันอาชีวศึกษา 116 แห่งใน 20 มลฑลและเขตปกครองตนเองของจีน กับสถาบันอาชีวศึกษากว่า 90 แห่งของไทย ได้พัฒนาโครงการความร่วมมือทางอาชีวศึกษา 170 โครงการใน 31 หลักสูตรสาขา และได้มีนักเรียนไทยทั้งหมด 6 รุ่น จำนวน 246 คน ซึ่งไปฝึกงานที่ประเทศจีน ทั้งยังมีการจัดฝึกอบรมออนไลน์ ซึ่งครอบคลุมถึงนักเรียนมากกว่า 40,000 คน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษามากกว่า 200 แห่ง ซึ่งได้มีการสนับสนุนการฝึกอบรมบุคลากรที่สำคัญ ต่อการแลกเปลี่ยนฉันมิตรและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของทั้ง 2 ประเทศ
ในปีที่ผ่านมาประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย เป็นครั้งประวัติศาสตร์ โดยทั้ง 2 ฝ่าย ได้ตกลงที่จะร่วมกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีนกับไทย ซึ่งเป็นการเพิ่มความหมายแห่งยุคสมัยใหม่ให้กับมิตรภาพที่ว่า “จีนไทยมิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” และได้วาดวิสัยทัศน์ที่สวยงาม สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอนาคต
เนื่องจากความร่วมมือที่มีผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ ในด้านต่าง ๆ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความต้องการด้านบุคลากรที่มีความสามารถจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถ ทั้งในด้านภาษาและทักษะเฉพาะทางอย่างเร่งด่วน ดังนั้นความร่วมมือด้านการศึกษาและการฝึกอบรมบุคลากรของทั้ง 2 ประเทศ จึงได้เผชิญกับภารกิจและโอกาสใหม่ที่ต้องรีบดำเนินการ
ภายใต้ความสัมพันธ์นี้ การจัดตั้งสถาบันภาษาและการศึกษาอบรมด้านเทคนิคอาชีวะเป็นแห่งแรกของโลก จึงสามารถพูดได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะในการสร้างอนาคตอันก้าวไกลและยั่งยืน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะร่วมมือร่วมแรงกันสนับสนุนการพัฒนาสถาบันเพื่อให้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ส่งเสริมการฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์ระดับสูง และเทคโนโลยีขั้นสูงร่วมกัน ระหว่างมหาวิทยาลัยและระหว่างโรงเรียนกับสถานประกอบการของจีนและไทย โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากรที่มีความเข้มแข็งทั้งภาษาและทักษะเฉพาะทางและสร้างความสำเร็จใหม่ ในความร่วมมือด้านภาษา และการศึกษาอบรมด้านเทคนิคอาชีวะระหว่างจีนกับไทยอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการดำเนินการแลกเปลี่ยน และความร่วมมือด้านการศึกษากับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยทุ่มเทอย่างเต็มกำลังที่จะรับรองการอบรมบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและความร่วมมือฉันมิตรของทั้ง 2 ประเทศ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าภายใต้ความทุ่มเทนั้น จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสร้างพลังขับเคลื่อนอย่างมหาศาลต่อการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน ระหว่างจีนกับไทย.
ข้อมูล-ภาพ : CMG , CCTV ,CGTN






