เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง “มาตรการล็อกดาวน์ ควรไปต่อหรือไม่” กลุ่มตัวอย่าง 1,312 คน สำรวจระหว่างวันที่ 23-26 ส.ค. พบว่า ร้อยละ 35.67 ระบุว่า การล็อกดาวน์ไม่ประสบผลสำเร็จในการควบคุมโรคโควิด-19 เพราะไม่มีความเข้มงวด มีการล็อกดาวน์แค่บางพื้นที่ คนยังดำเนินชีวิตปกติ ทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ร้อยละ 28.81 ระบุว่าการล็อกดาวน์ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะประชาชนบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามที่รัฐกำหนด และบางคนก็ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ร้อยละ 26.83 ระบุว่า ค่อนข้างประสบความสำเร็จ เพราะประชาชนปฏิบัติตัวเคร่งครัด งดการรวมตัว ทำให้ลดการแพร่ระบาดได้ ร้อยละ 6.17 ระบุว่า ประสบความสำเร็จมาก เพราะมีการจำกัดการเดินทางทำให้ลดการแพร่ระบาดของเชื้อลงได้ และร้อยละ 2.52 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 26.14 เห็นว่าควรล็อคดาวน์ต่อ แต่ให้มีมาตรการเข้มข้นขึ้น ต้องจริงจัง และบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับคนที่ฝ่าฝืน เพื่อให้ประชาชนจะได้หยุดเดินทาง ลดการเดินทางข้ามจังหวัด ลดการรวมตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่การติดเชื้อลดลงแล้วควรผ่อนคลายมาตรการลง ร้อยละ 24.16 ระบุว่า ไม่ควรล็อกดาวน์ต่อ เพราะถึงล็อกจำนวนติดเชื้อก็ยังเยอะ ดังนั้น รัฐบาลควรจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมาฉีดให้ประชาชน บางส่วนระบุว่า ไม่ควรล็อกต่อเพราะประชาชนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ร้อยละ 21.27 ระบุว่า ควรดำเนินการต่อเหมือนเดิม เพราะมาตรการควบคุมที่พอดี มีการควบคุมเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเท่านั้น ประชาชนยังสามารถประกอบอาชีพและเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก และร้อยละ 2.29 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึงความกังวลของการแพร่เชื้อมากขึ้นหากมีการคลายล็อกดาวน์ ร้อยละ 33.38 ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 31.33 กังวลมาก ร้อยละ 18.45 ไม่กังวลเลย ร้อยละ 16.54 ไม่ค่อยกังวล และร้อยละ 0.30 ยังแน่ใจ ไม่ทราย ไม่สนใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการยอมรับถ้ามีการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ หรือมีการผ่อนคลายมาตรการลง แต่ทำให้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพิ่มขึ้น พบว่า ร้อยละ 30.26 ค่อนข้างยอมรับได้ ร้อยละ 29.42 ไม่ยอมรับเลย ร้อยละ 25.30 ยอมรับได้แน่นอน ร้อยละ 14.18 ไม่ค่อยยอมรับ และร้อยละ 0.84 ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ.