นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐ และเอกชน ให้ความสำคัญกับการระดับองค์กรสู่ความยั่งยืนมากกว่ามองถึงผลกำไร ทำให้แนวคิด อีเอสจี (ESG) หรือ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล  (Environment Social and Government) ได้ถูกนำมากำหนดเป็นนโยบาย ทาง ดีอีเอส จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด นำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรและการดำเนินธุรกิจ โดยทาง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ถือเป็นองค์กรที่มีศักยภาพ ที่เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนกลยุทธ์นี้ ให้ประสบความสำเร็จได้

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

“ไปรษณีย์ไทย หนึ่งในหน่วยงานสำคัญในสังกัด ของดีอีเอส มีภารกิจหลักในยุคดิจิทัลที่ต้องอำนวยความสะดวกคนไทยอย่างทั่วถึง แม้พื้นที่ห่างไกล ไม่มีเอกชนรายใดไป แต่ ปณท ก็ทำหน้าที่เพื่อคนไทยเท่าเทียมกันทั่วประเทศ ควบคู่กับการใส่ใจทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการนำดิจิทัลมาใช้ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม ลดความสิ้นเปลืองในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ มิติสังคม เช่น การขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ช่วยชุมชนนำส่งสินค้าเกษตร ส่วนมิติธรรมาภิบาล คือ ผลักดันหน่วยงานให้เป็นต้นแบบความโปร่งใส และส่งเสริมให้มีเทคโนโลยีดิจิทัลที่นำไปใช้กับการดำเนินงานได้ทุกขั้นตอน และในปีนี้กระทรวงดีอีเอส ได้กำหนดให้แผนงานนี้เป็นส่วนงานที่จะต้องสานต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่ก้าวหน้าด้วยดิจิทัลควบคู่ไปกับความยั่งยืน”

นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท กล่าวว่า ได้จัดงาน “อีเอสจี เดย์ : เน็ตเวิร์คกิ้ง ฟอร์ ซัสเทนเนเบิ้ล โกรธ” (ESG Day : Networking for Sustainable Growth) หรือ เครือข่ายสู่การเติบโตที่ยั่งยืนเพื่อคนไทย เพื่อเป็นเจ้าภาพในการดึง 50 หน่วยงานรัฐวิสากิจ มาสร้างเครือข่ายเพื่อขับเครือนโนบาย อีเอสจี ที่เป็นรูปธรรมสำหรับประเทศไทย ซึ่งในส่วนของ ปณท นั้น ได้นำ อีเอสจี มาเป็นแกนหลักในการกำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจในทุกส่วน ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการแล้ว ทั้งการปรับเปลี่ยนมาทดลองใช้รถไฟฟ้า 250 คัน ในพื้นที่ กทม. ภูเก็ต ชลบุรี และปรับเส้นทางวิ่งของรภยนต์ ซึ่งในปี 65 ที่ผ่านมา ประหยัดน้ำมันได้รวม 1 ล้านลิตร และตั้งเป้าหมายใช้รถไฟฟ้าทั้งหมดใน 5 ปีข้างหน้า  

ดนันท์ สุภัทรพันธุ์

นออกจากนี้พร้อมลดเอกสารกระดาษ เช่น จดหมายทรานสคริปต์ เอกสารสำคัญ มาสู่เอกสารดิจิทัล ด้วยแอปพลิเคชัน Prompt Post – พร้อมโพสต์ การตั้งเป้ารีไซเคิลขยะจากภาคอีคอมเมิร์ซทั้งกล่องพัสดุและซองที่ไม่ใช้แล้วในโครงการ รีบ็อกซ์ ลดปัญหาคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ขยะกระดาษ นำพลังงานใหม่ ๆ เช่น โซลาร์รูฟท็อป ติดตั้งที่ ปณ. เป็นต้น มีเป้าหมายลดภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น 0 ภายในปี 2050  หรือ พ.ศ. 2593 รวมถึงทำโครงการเพื่อสังคม นำสินค้าชุมชนมาขายบนแพลตฟอร์มไทยแลนด์โพสต์มาร์ท (Thailandpostmart) มียอดจำหน่ายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการบนเว็บไซต์กว่า 7,000 ราย และมีสินค้ากว่า 10,000 รายการ และช่วยเกษตรกรส่งสินค้าเกษตรในราคาถูก

สำหรับภายในงานได้เชิญชวนหน่วยงานชั้นนำหลากหลายวงการ อาทิ บริษัทในตลาดทุน องค์กรรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับทรัพยากรและประชาชน ฯลฯ มาร่วมพูดคุยและแบ่งปันแนวทางที่จำเป็นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG เพื่อนำเสนอกลยุทธ์หรือแชร์ไอเดียการปรับตัวสู่ ESG ทำให้ประเทศไทยมีแนวทางด้าน ESG ที่เป็นรูปธรรม มีหลักการคิดที่ชัดเจน พร้อมทั้งเป็นต้นแบบให้ภาคส่วนอื่น ๆ และเปิดรับแนวคิดนี้มากขึ้นในอนาคต

“ไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นเป็นพลังโครงข่ายเชื่อมโยงปัจจัยสำคัญของการพัฒนา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย จากคุณค่าของสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และคุณธรรม เพราะเราเชื่อว่า พลังแห่งความสัมพันธ์ที่สมดุล และการส่งมอบคุณค่าการให้บริการ จะนำพาสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายดนันท์ กล่าว