และพลังงานชีวภาพกลายมาเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่ได้รับความนิยมและได้รับการสนับสนุนในวงกว้างจากหน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
เพราะพลังงานสะอาดเหล่านี้นอกจากเป็นหนึ่งในทางออกสำคัญที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นแล้วพลังงานสะอาดเหล่านี้ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมสามารถลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ส่งผลให้ในปัจจุบันนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวเพื่อการก้าวเข้าสู่ยุคการดิสรัปชันด้านพลังงานแบบเต็มตัวกันมากขึ้น ผ่านการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกังหันลม กังหันนํ้าหรือโซลาร์เซลล์ เป็นต้น มาประยุกต์ใช้เพื่อการนำพลังงานสะอาดมาผลิตเป็นพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับนำมาหมุนเวียนใช้ในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะช่วงนี้จะเห็นว่า “โซลาร์เซลล์” กำลังร้อนแรงมากในตลาดมีบริษัทเอกชนหลายรายให้ความสนใจและขยับเข้ามาแตกไลน์ธุรกิจทั้งในลักษณะของการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่เองรวมถึงจับมือกับพันธมิตรจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อทำตลาดโซลาร์เซลล์โดยเฉพาะ
จากที่มีเจ้าหลัก ๆ อย่างเช่น “เอสซีจี รูฟฟิ่ง” ในเครือเอสซีจี ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ตั้ง “เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน” รับบริการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาครบวงจร
เริ่มตั้งแต่ ตรวจสอบสภาพความพร้อมของหลังคา จนถึงติดตั้ง ตอบโจทย์เจ้าของบ้านที่ต้องการลดค่าไฟได้ประมาณ 60% ขณะที่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เห็นชัด ๆ คือ “เสนาดีเวลลอปเม้นท์” ที่ติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาให้ลูกบ้านมานานแล้ว รวมทั้งยังได้เปิด “เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่” ซึ่งเป็นบริษัทฯที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรโดยเฉพาะ
ส่วน “พฤกษา” หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จับมือร่วมกับ “กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง” จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ “บริษัท ปัน นิวเอนเนอจี จำกัด” เพื่อการดำเนินธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งโซลาร์รูฟหรือโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคา
ทั้งการขายติดตั้งแบบเบ็ดเสร็จและการซื้อขายพลังงานแสงอาทิตย์มีผลตอบแทนส่วนลดค่าไฟในระยะยาวเพื่อช่วยลูกค้าลดเงินลงทุน และได้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด นอกจากนี้ยังมีแผนทดลองโมเดลหมู่บ้านที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้ไฟฟ้าไปจนถึงการขยายสู่ธุรกิจด้านเทคโนโลยีจัดเก็บพลังงานในอนาคต

เช่นเดียวกับ “โฮมโปร” ผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเครื่องนอน ของตกแต่งบ้าน มีแผนจัดตั้งบริษัทใหม่สำหรับดำเนินธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป หรือติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน เบื้องต้นจะจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ลงทุนแล้วคืนทุนใน 6 ปี เพื่อรองรับกระแสพลังงานสะอาดและช่วยแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าที่ปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นมาสูงมาก จากนั้นในอนาคตจะเข้าไปเจาะลูกค้าองค์กร โดยที่บริษัทอาจเข้าไปลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้แล้วจำหน่ายเฉพาะไฟฟ้า
ด้าน “บี จิสติกส์” ก็แตกไลน์จากธุรกิจเดิมที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์เข้าสู่ธุรกิจด้านพลังงานทางเลือกอีกขาหนึ่งเช่นกัน โดยลงทุนผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เพื่อขายให้กับรัฐบาลเวียดนามโดยร่วมทุนกับบริษัทของสิงคโปร์รูปแบบบริษัทกิจการร่วมค้า
ขณะที่ “ศักดิ์สยามลิสซิ่ง” ผู้ให้บริการปล่อยสินเชื่อก็ไม่น้อยหน้า ล่าสุดร่วมทุนกับ ทีซี รีนิวอะเบิ้ลเอ็นเนอร์ยี่ ผู้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์รูฟท็อป จัดตั้งบริษัท ศักดิ์สยาม ทีซี เอ็นเนอร์ยี่ ขึ้นมาเพื่อให้บริการสินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป
สำหรับที่อยู่อาศัยสนับสนุนภาคประชาชนเข้าถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพจากแนวโน้มค่าไฟที่สูงขึ้นโดยการปล่อยสินเชื่อผ่านสาขาของศักดิ์สยามลิสซิ่ง ที่มีมากกว่า 1,029 สาขา ทั่วประเทศ
นี่เป็นแค่ตัวอย่างกลุ่มธุรกิจที่ได้แตกไลน์ออกมาทำธุรกิจแผงโซลาร์ ยังมีอีกหลายบริษัทที่ได้ทำไปแล้วเช่นกันและยังมีอีกหลายแห่งอยู่ระหว่าง “ดีล” ร่วมกันอยู่ อีกไม่นานได้เห็นเรื่อย ๆ
ในอนาคตเราอาจจะเห็นบ้านแทบทุกหลังคาติดแผงโซลาร์ผลิตไฟใช้กันเอง รวมไปถึงตามตึกอาคารสำนักงาน องค์กรต่าง ๆ เหมือนแต่ก่อนที่บนหลังคาบ้านจะเห็นจานดาวเทียมรับสัญญาณทีวีช่องต่าง ๆ เหมือนกับตอนนี้ที่หลาย ๆ ประเทศให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้บ้านเรือนติดตั้งแผงโซลาร์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดไว้ใช้กันเอง.



