สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ว่า นายโจเซฟ อู๋ รมว.การต่างประเทศไต้หวัน แถลงว่า จีนยังคงไม่ยุติ “นโยบายล่อลวงเพื่อผลประโยชน์ทางการทูต” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลไทเปพยายามจัดการกับเรื่องนี้ “ด้วยความระมัดระวังในระดับสูงสุด”


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฮอนดูรัสของประธานาธิบดีซิโอมารา กัสโตร กลับยังคงเรียกร้อง “เงินมหาศาล” และเปรียบเทียบรูปแบบโครงการให้ความสนับสนุนทางเศรษฐกิจของไต้หวันที่มีต่อฮอนดูรัส กับความช่วยเหลือจากจีนที่เข้ามาได้ไม่นาน


อู๋ยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ จากกระทรวงการต่างประเทศฮอนดูรัส ลงวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นการเรียกร้องขอความสนับสนุนทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 2,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 83,520.50 ล้านบาท ) โดยรวมถึงเพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาล การก่อสร้างเขื่อน และเพื่อการเจรจาหนี้สูญ ซึ่งรัฐบาลไทเปพิจารณาแล้ว มองว่าอีกฝ่าย “ต้องการเงินมากกว่า” เรื่องโรงพยาบาลและเขื่อน “เป็นเหตุผลรองลงมา”


ทั้งนี้ ไต้หวันสั่งปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงเตกูซิกัลปา เมืองหลวงของฮอนดูรัสแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า นายฮาโรลด์ บูร์กอส เอกอัครราชทูตฮอนดูรัสประจำกรุงไทเป เดินทางออกไปแล้ว หลังกระทรวงการต่างประเทศฮอนดูรัส ประกาศการรับรองนโยบายจีนเดียว ที่หมายถึงการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต กับรัฐบาลปักกิ่ง.

เครดิตภาพ : REUTERS