สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบกับรัสเซีย ที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 1 ปีแล้ว ว่ารัฐบาลเคียฟยังคงเฝ้ารอการเพิ่มความสนับสนุนทางยุทโธปกรณ์จากพันธมิตรตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่ กระสุนปืนใหญ่ รถถังประจัญบาน และระบบป้องกันขีปนาวุธ
อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ยูเครนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น การโจมตีโต้กลับในพื้นที่สำคัญจะยังคงไม่เกิดขึ้น จนกว่ารัฐบาลเคียฟจะได้รับความสนับสนุนเหล่านี้
It is the full-scale defeat of Russia that will be a reliable guarantee against new aggressions and crises. pic.twitter.com/1joAWBk2HY
— Володимир Зеленський (@ZelenskyyUa) March 25, 2023
ด้านการวิเคราะห์จากหลายฝ่ายระบุว่า ยูเครนวางแผนโจมตีโต้กลับกองทัพรัสเซียมานานระยะหนึ่งแล้ว แต่นอกจากปัจจัยเรื่องอาวุธที่ยังคงขาดแคลนอยู่เป็นระยะ การกระจายกำลังทหารของกองทัพรัสเซีย “ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย” ของรัฐบาลเคียฟ ซึ่งคาดหวังให้อีกฝ่ายกระจายกำลังทหารตามแนวรบหน้า มากกว่าประจำการทหารให้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองที่กำลังเป็นเป้าหมาย อาทิ เมืองบัคมุต ในภูมิภาคดอนบาสที่อยู่ทางตะวันออก ซึ่งกำลังเป็นสมรภูมิหลักของสงครามอยู่ในเวลานี้
Ukraine says Bakhmut situation is stabilising, Putin plays down tank shortage https://t.co/m4rGpxwwSa pic.twitter.com/Ncjjm1Gb4I
— Reuters (@Reuters) March 25, 2023
ขณะที่ รัสเซียยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อการเดินหน้าเรียกร้องขอความสนับสนุนเพิ่มเติมด้านอาวุธจากยูเครน โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศแผนการสร้างและเสริมสมรรถนะรถถังอีก 1,600 คัน ภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ ซึ่งสูงกว่าสถิติรถถังที่กลุ่มประเทศตะวันตกประกาศร่วมกันส่งมอบให้แก่ยูเครน ราว 440 คัน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



