สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ เมื่อวันอังคาร ว่าได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของ ขีปนาวุธซูเปอร์โซนิก “มอสกิต” (Moskit) ซึ่งเป็นอาวุธโจมตีนำวิถีต่อต้านเรือรบ โดยขีปนาวุธที่ใช้ในการทดสอบจำนวน 2 ลูก สามารถเดินทางได้ไกลเป็นระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร และสามารถโจมตีเป้าหมายจำลอง ที่อยู่ในเขตน่านน้ำสากลของทะเลญี่ปุ่นได้อย่างแม่นยำ
ロシア国防省は、日本海の海域で、海軍の太平洋艦隊が演習で対艦巡航ミサイル「モスキート」を発射したと28日、SNSで発表し映像も公開しました。
— NHKニュース (@nhk_news) March 28, 2023
2隻の艦船がそれぞれ巡航ミサイルを発射しおよそ100キロ離れた、敵艦を想定した目標に命中させたとしています。https://t.co/aqCmeIlvmu#nhk_video pic.twitter.com/PB5OtiIIJ0
อนึ่ง ขีปนาวุธมอสกิตที่ใช้ในการทดสอบ มีรหัสทางทหารซึ่งกำหนดตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียตว่า “พี-270” ขณะที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เรียกขีปนาวุธรุ่นนี้ ซึ่งเป็นขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงพิสัยกลาง สามารถรองรับหัวรบนิวเคลียร์ และมีระยะทำการสูงสุด 120 กิโลเมตร ว่า “เอสเอส-เอ็น-22 ซันเบิร์น”
ขณะที่นายโยชิมาสะ ฮายาชิ รมว.การต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า การทดสอบขีปนาวุธของรัสเซียในครั้งนี้ ไม่ได้สร้างความเสียหายใดให้แก่ญี่ปุ่น แต่รัฐบาลโตเกียวจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว รัสเซียติดตั้งระบบขีปนาวุธป้องกันชายฝั่ง “บาสเตียน” หรือที่มีชื่อบนฐานข้อมูลของนาโต ว่า “เอสเอส-ซี-5 สตูจ” (SS-C-5 Stooge) ซึ่งมีพิสัยทำการเป็นระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร บนเกาะปารามูเชียร์ หนึ่งในเกาะย่อยส่วนเหนือของหมู่เกาะคูริล “เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ” ให้กับเจ้าหน้าที่ยามฝั่งของกองเรือแปซิฟิก ในการ “ลาดตระเวนและเฝ้าระวัง” ตลอดจน “ควบคุม” น่านน้ำบริเวณนั้น
ทั้งนี้ รัสเซียและญี่ปุ่น มีข้อพิพาทตึงเครียดและยืดเยื้อนานหลายทศวรรษ จากความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะคูริล ในทะเลโอคอตสค์ ที่เป็นดินแดนอยู่ภายใต้อธิปไตยของรัสเซีย นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง และทั้งสองประเทศยิ่งมึนตึงต่อกันมากขึ้น เมื่อญี่ปุ่นดำเนินการตามตะวันตก คว่ำบาตรรัสเซียจากกรณียูเครน.
เครดิตภาพ : REUTERS






