เริ่มต้นด้วยโสดสายแซ่บ ยืนหนึ่งแบบตัวแม่กับหาดทรายขาวและนํ้าทะเลใสของทะเลภาคตะวันออกที่ “ตราด” ณ จุดชมวิวสุดแผ่นดินตะวันออกที่ “ประภาคารแหลมงอบ” แลนด์มาร์คที่ใคร ๆ พากันมาเช็กอิน ก่อนจะออกเดินทางสู่หมู่เกาะที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า แวะฮีลใจในแบบรักษ์โลกที่ “เกาะหมาก” ต้นแบบการท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน เที่ยวแบบไม่ก่อมลพิษอย่างพายคยัค ปั่นจักรยานชมวิถีชีวิต ช่วยเก็บผัก ปลูกข้าว ปล่อยเต่า ว่าง ๆ แปลงร่างเป็นจิตอาสาไปช่วยเก็บขยะ ก่อนจะไปลองทำผ้ามัดย้อม ผลงานตัวเองไม่เข้าตา ก็อุดหนุนผลงานของชุมชนแทน ดึก ๆ ใครหิวอย่าคิดออกเดินหาร้านสะดวกซื้อ เพราะไม่มี กลางคืนจะไปปาร์ตี้อาจต้องเสียใจ เพราะหาผับบาร์ไม่เจอ ที่นี่มีแต่สวนมะพร้าว สวนยางพารา ชายหาดสวย นํ้าทะเลใสสะอาด ชายฝั่งรอบเกาะมีแนวปะการังสมบูรณ์ให้สวมสน็อกเกิลออกไปดำผุดดำว่าย อย่าลืมไปเช็กอิน “สะพานสู่ฝัน” ที่เดอะซินนาม่อน รีสอร์ท แอนด์ สปา สะพานไม้ยาว 500 เมตร ที่ทอดตัวออกไปในทะเล
หรือจะลองไปปลีกวิเวกโสดให้สะใจที่ “เกาะระยั้ง” กับที่พักซึ่งมีแค่ 3 หลัง บนเกาะระยั้งนอก ดำนํ้าดูปะการังรอบ ๆ เกาะให้หนำใจ หากยังรู้สึกออกไปไกลไม่พอ แนะนำให้เลยไปถึงเกาะสุดท้ายเขตน่านนํ้าไทยที่ “เกาะกูด” เกาะที่มีให้ครบทุกอารมณ์ทั้งทะเล ภูเขา นํ้าตก มาถึงแล้วอย่าลืมไปลงเรือ “Mareblu Koh Kood” เรือไม้สุดชิคที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากพลาด
โสดสายแคมป์ ถ้าอยู่บ้านแล้วเหงา มานอนเต็นท์กับเราก็ได้นะ ที่ “สุพรรณบุรี” ตรงไปโซนอ่างเก็บนํ้าลำตะเพิน ที่กำลังฮิตของสายแคมป์ เพราะบรรยากาศดี ถ่ายรูปสวยทุกมุม โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก แถมมีกิจกรรมให้ทำหลายสิ่ง ทั้งพายเรือคยัค อัปเลเวลอีกนิดด้วยซัพบอร์ด หรือจะย้อนยุคอย่างปั่นเรือเป็ด ยังไม่พอจะไปนั่งตกปลา ลงเล่นนํ้า ตั้งเตาปิ้งย่างให้สมกับมานอนเต็นท์ มีหลายแห่งให้เลือกไม่ว่าจะเป็น Raise Lagoon Glamping, The Loco Camping & Farm, บ้านตาหรั่ง Camping, CAMP MORE camp & cafe, ไร่คงเดือน หรือ Thammachard Campground แต่หากอยากได้ฟีลแบบปางอุ๋ง พร้อมช่วยอุดหนุนกิจการของชุมชนที่ดูแลรักษาป่าและธรรมชาติตัวอย่าง ต้องไปที่ “อ่างเก็บนํ้าหุบเขาวง” พื้นที่ป่าชุมชนบ้านพุนํ้าร้อน-หินลาด
สำหรับสายมูที่โสดเป็นพัก ๆ ยังตามหารักอยู่เรื่อย ๆ ต้องไปไหว้พระ หารัก ฉบับสายมู ที่ “มุกดาหาร-นครพนม” กับเส้นทางแห่งศรัทธา สักการะพญานาค 3 พิภพ เสริมดวงความรักให้จึ้ง พร้อมเสริมโชคให้ปัง เริ่มที่มุกดาหารด้วย “ศาลพ่อปู่พญานาค อนันตนาคราช” พญานาคนํ้า (บาดาลพิภพ) กับคติความเชื่อ “ร่มเย็น ร่มรื่น ราบรื่น” ต่อด้วย “วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์” พญานาคฟ้า (สวรรค์พิภพ) กับคติความเชื่อ “เจริญรุ่งเรือง เติบโต ได้เลื่อนตำแหน่ง” และ “พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช” พญานาคดิน (ปฐพีพิภพ) กับคติความเชื่อ “อุดมสมบูรณ์ มั่นคง มั่งคั่ง รํ่ารวย” ก่อนจะลัดเลาะริมโขงไปนครพนม กราบสักการะพระธาตุพนม พระธาตุเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ที่ “วัดพระธาตุพนมวรวิหาร” แล้วไปขอพรให้เฮง ๆ ปัง ๆ ที่ “ลานพญาศรีสัตตนาคราช” องค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน
สำหรับสายโรแมนติก แนะนำให้ไป “แม่ฮ่องสอน” ตกดึกนอนดูดาว ตื่นเช้ามาชมทะเลหมอกสองแผ่นดินที่ ม่อนกะละโกะโจ ต่อด้วยไหว้พระธาตุเสริมสิริมงคล แชะ ชิม ชิล ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน พลาดไม่ได้คือ “บ้านรักไทย” หมู่บ้านชาวจีนยูนนานล้อมรอบด้วยไร่ชา และมีหมอกปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ปิดท้ายด้วยการตะลุย “ถํ้านํ้าลอด” นั่งแพชมหินงอกหินย้อย ถํ้าค้างคาว ประติมากรรมธรรมชาติสวยอลังการที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ก่อนกลับอย่าลืมแวะไป “วัดพระธาตุดอยกองมู” วัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีองค์พระธาตุเจดีย์สีขาวตั้งเด่นเป็นสง่า 2 องค์ ที่ผู้คนต่างพากันมาสักการะเพื่อเสริมสิริมงคล แถมได้ชมวิวเมืองแม่ฮ่องสอน แบบพานอรามา
ลงใต้ไปที่ “ตรัง” เที่ยวเกาะลิบง ตรงใจ เหมาะสำหรับชาวโสดสายกรีน เกาะลิบงเป็นหนึ่งในเกาะสวยของเมืองตรังที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พื้นที่ราว 25,000 ไร่ บนเกาะเป็นที่ราบสลับกับทิวเขา แนวชายฝั่งหนาแน่นด้วยป่าชายเลน หลายคนอาจคุ้นกับชื่อ เพราะที่นี่จะถูกเอ่ยถึงทุกครั้งที่มีเรื่องของพะยูนเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นเพราะที่นี่คือบ้านหลังใหญ่ของพะยูน และยังเป็นแหล่งหญ้าทะเลอาหารของพะยูนที่อุดมสมบูรณ์ตลอดตามแนวชายฝั่งรอบเกาะ ชาวบ้านบนเกาะยังดำเนินวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายทำอาชีพประมง ทำสวนยางพารา นอกจากจะไปล่องเรือ ตกหมึก ดำนํ้าดูปะการังที่เกาะหลาวเหลียงแล้ว อย่าลืมไปชมพะยูนที่ “หอชมพะยูน” ซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายสะพานหลีกภัยหรือบนยอดเขาบาตูปูเต๊ะ แถมด้วยการดูนกทะเลและนกชายเลนจำนวนมาก ที่อพยพหนีหนาวมาอาศัยบนเกาะที่ “แหลมจูโหย” ช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี แนะนำให้ไปนอนฟังเสียงคลื่นรับลมทะเลที่ “Paibatu Homestay” แล้วออกไปเที่ยวหาดทุ่งหญ้าคา เช็กอินที่สะพานหิน แลนด์มาร์คของเกาะด้วย

เกาะหมาก
คนที่ยังตามหารักแนะนำให้ไป “ระยอง” ลองแล้วจะรัก เพราะไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ไปชิลได้ทั้งแบบเดี่ยว ๆ คนเดียวสไตล์คนโสด หรือรวมแก๊งคนโสดมาด้วยกัน จะมาช่วงไหนก็มีผลไม้ให้ชิม ฟินกับธรรมชาติ ไหว้พระ เที่ยวหาด ถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คดัง แถมอาหารทะเลรสแซ่บ เริ่มต้นที่เขาจุกฟาร์มสามหนุ่ม ลานกางเต็นท์ของสามหนุ่มพี่น้องที่อยากให้สายแคมป์ได้มีที่พักผ่อนบรรยากาศดี เพราะอยู่ติดกับอ่างเก็บนํ้าคลองละโอก มีอุทยานแห่งชาติเขาชะเมาเป็นฉากหลัง แล้วไปเช็กอินสวนป่าเสม็ดพันปี ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกดึกดำบรรพ์ที่ “สวนพฤกษศาสตร์ระยอง” แวะไปลอดอุโมงค์ทักทายฝูงปลาที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์นํ้าระยอง ก่อนไปตามหาอาหารทะเลรสเลิศที่ “หาดแหลมเจริญ” ชุมชนชาวประมงที่มีทั้งร้านอาหารทะเลชื่อดัง และเป็นแหล่งผลิตนํ้าปลาคุณภาพ
ชมดอกไม้เมืองหนาวที่ “Miracle of Natural” ฟาร์มดอกไม้เมืองหนาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน FLORA EXHIBITION HALL อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา PTTLNG หรือจะไปฟินกับผลไม้มากมายท่ามกลางขุนเขาของ “สวนละไม” แล้วค่อยตบท้ายด้วยการขอพรที่ “วัดท่ามะกอก” มีอุโบสถสร้างเป็นรูปทรงแบบเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ
ปิดท้ายความโสดด้วยเส้นทางโสดสายบุญ ขอพรให้คุณมาเป็นคู่กัน ที่ “เชียงใหม่” ตระเวนเพิ่มแต้มบุญด้านคู่ครองที่วัดดัง ซึ่งได้ทั้งเสริมสิริมงคล ขอพรด้านความรัก คู่ครองที่ดีแล้วยังมีธรรมชาติที่สวยงาม สถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ เริ่มที่ “วัดหลวงขุนวิน” วัดเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่นานเกือบ 700 ปี หนึ่งใน Unseen ของเชียงใหม่ ตั้งอยู่กลางป่า มีพันธุ์ไม้ป่าหลายชนิดที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ “วัดโลกโมฬี” วัดเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี สร้างในสมัยอาณาจักรล้านนา “วัดอุปคุต” ที่มีพระอุปคุตเป็นพระประธานตามชื่อ และมีการจัดประเพณีใส่บาตรพระอุปคุตเป็นประจำทุกปี ในวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธหรือที่เรียกว่า “เป็งปุ๊ด”

วัดคันธาพฤกษา
ออกนอกเมืองไปที่ “แม่กำปอง” ชุมชนที่ยังคงมีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับป่าแบบเกื้อกูลและพึ่งพา ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าเขาเขียวขจี โดยมี “วัดคันธาพฤกษา” เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวบ้านแม่กำปอง มีวิหารที่ทำด้วยไม้สักทองทั้งหลัง แกะสลักลวดลายอันวิจิตรงดงาม ก่อนกลับอย่าพลาดการแวะ “วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน” ชมความวิจิตรตระการตาด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไทยล้านนา ทั้งอุโบสถ หอไตร หอกลอง วิหารเสาอินทขิล กุฏิไม้สักทอง
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ผลตอบรับที่ดีของโครงการ “เส้นทางคนโสด Single Journey” #อย่าล้อเล่นกับความเหงา ในปี 2563 ททท. จึงได้ต่อยอดโครงการฯ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมนำนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาร่วมส่งเสริมเทรนด์การท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังในการใช้จ่าย อย่างกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินทางคนเดียว และกลุ่มคนโสด (Solo Traveler) ให้ออกเดินทางพบปะมิตรภาพใหม่ ๆ ค้นพบประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน ใช้การท่องเที่ยว เป็นสะพานจุดประกายมิตรภาพอย่างไม่มีที่สิ้นสุด.
อธิชา ชื่นใจ









