สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า คณะกรรมการของธนาคารโลกจะทบทวนแผนดังกล่าว ในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 20 ก.ค. แม้จะไม่จำเป็นต้องมีการลงมติอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่แผนนี้ได้รับการตกลงร่วมกันระหว่างเวิลด์แบงก์และจีน ในฐานะส่วนหนึ่งของ “กรอบความร่วมมือระดับประเทศ” ในระยะเวลา 5 ปี
การเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งรายงานครั้งแรกโดยหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ จะจำกัดการให้กู้ยืมของธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีแก่รัฐบาลปักกิ่ง ไว้ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 66,620 ล้านบาท) ระหว่างนี้จนถึงปี 2574 และจะยุติลงหลังจากนั้น
The global development bank’s lending to Beijing would not exceed $2bn between now and 2031, and would end after that period, according to a proposal seen by the FT. https://t.co/NAGav1ghu8 pic.twitter.com/NzoH7QOGVv
— Financial Times (@FT) July 1, 2026
การให้กู้ยืมของเวิลด์แบงก์ให้กับจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 79,947 ล้านบาท) ในปี 2560 เหลือเพียง 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24,983 ล้านบาท) ในปี 2568 ขณะที่จีนหมดสิทธิในการขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ สำหรับประเทศยากจนที่สุดของธนาคารโลก ในปี 2543 แต่เริ่มให้กู้ยืมภายใต้โครงการนี้ในปี 2550 และปัจจุบันเป็นผู้ให้กู้รายใหญ่เป็นอันดับ 5
เจ้าหน้าที่ธนาคารโลกรายหนึ่งกล่าวว่า จีนมีความก้าวหน้าด้านการพัฒนาอย่างมาก ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และในขณะนี้ เรากำลังเข้าสู่ช่วงใหม่ของความสัมพันธ์
สหรัฐและประเทศอื่น ๆ เรียกร้องให้ธนาคารโลกหยุดให้กู้ยืมแก่จีนมานานแล้ว เนื่องจากอำนาจทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นของจีน โดยการที่จีนยังคงกู้ยืมจากธนาคารโลกและสถาบันอื่น ๆ ถือเป็นปัญหาที่สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มาตั้งแต่วาระแรก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



