สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ว่า กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ เผยแพร่เนื้อหาบางส่วน จากรายงานฉบับเต็มซึ่งมีความยาว 450 หน้า เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลเกาหลีเหนือ โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจากประมาณ 1,600 กรณี ที่มาจากการให้ปากคำโดยผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ ซึ่งเรียกกันว่า ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ รวมทั้งสิ้น 508 คน ระหว่างปี 2560-2565


รายงานฉบับดังกล่าวของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการจัดทำเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ระบุอย่างตรงไปตรงมา ว่า “สิทธิในการดำรงชีวิต” ของชาวเกาหลีเหนือ “ดูเหมือนกำลังอยู่ภายใต้การข่มขู่คุกคามอย่างหนัก” ขณะที่ “การประหารชีวิตเกิดขึ้นกับผู้กระทำผิดซึ่งบทลงโทษยังไม่ถึงขั้นควรรับการประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การครอบครองและรับชมเนื้อหาจากเกาหลีใต้ และกิจกรรมเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ”


ขณะเดียวกัน เนื้อหาในรายงานฉบับดังกล่าว ยังระบุเกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อพลเมืองโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ค่ายกักกัน การใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมายเพื่อจับกุมประชาชน การทรมาน


ด้านประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ แสดงความหวังว่า รายงานฉบับนี้จะช่วยให้ประชาคมโลกได้รับทราบ และมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับ “ความโหดร้าย” ของเกาหลีเหนือ และเน้นย้ำว่า รัฐบาลเปียงยางจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลโซล “เพิ่มอีกแม้แต่วอนเดียว” หากยังคงไม่หยุดเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์


ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ระบุว่า ปัจจุบันมีชาวเกาหลีเหนือเกือบ 34,000 คน ได้รับอนุญาตให้ตั้งรกรากอยู่ในประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมพรมแดนของรัฐบาลเปียงยาง ที่เข้มงวดขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อปี 2563 ส่งผลให้สถิติการข้ามพรมแดนของชาวเกาหลีเหนือมายังเกาหลีใต้ลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 63 คน เมื่อปี 2564 ก่อนขยับขึ้นมาเล็กน้อยเป็น 67 คน เมื่อปี 2565.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES