สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ว่า “วาว” (Vow) บริษัทสตาร์ทอัพของออสเตรเลีย ใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมของช้างแมมมอธที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งเติมเต็มส่วนที่ขาดหายด้วยข้อมูลทางพันธุกรรมของช้างแอฟริกา และใส่เข้าไปในเซลล์ของแกะ ก่อนที่จะเพาะเลี้ยงในสภาพที่เหมาะสมในห้องปฏิบัติการ ส่งผลให้เซลล์เหล่านั้นเพิ่มจำนวน จนมีมากพอที่จะทำลูกชิ้นเนื้อได้

ลูกชิ้นเนื้อแมมมอธนี้มีเพียงลูกเดียว และไม่เคยมีใครได้ลิ้มลอง แม้แต่ผู้ที่สร้างมันขึ้นมา อีกทั้งยังไม่มีแผนที่จะทำเป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้าด้วย แต่มันถูกนำเสนอเป็นแหล่งโปรตีนที่จะทำให้ผู้คนพูดถึงอนาคตของเนื้อสัตว์

“พวกเราต้องการให้ผู้คนตื่นเต้นกับอนาคตของอาหารที่แตกต่างอย่างไม่เคยมีมาก่อน ว่ามันมีบางสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ และดีกว่าเนื้อสัตว์ที่เราบริโภคในปัจจุบัน ซึ่งพวกเราคิดว่า แมมมอธจะเป็นตัวจุดประเด็น และทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับอนาคตใหม่นี้” นายทิม โนคสมิธ ผู้ก่อตั้งบริษัท วาว กล่าว

ขณะที่ นางเซเรน เคลล์ ผู้จัดการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากกลุ่มวิจัย “สถาบันอาหารดี” (จีเอฟไอ) หวังว่า “โครงการแมมมอธ” จะทำให้เกิดการสนทนาใหม่ เกี่ยวกับศักยภาพพิเศษของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง เพื่อผลิตอาหารที่ยั่งยืนมากขึ้น, ลดผลกระทบด้านสภาพอากาศของระบบอาหารที่มีอยู่ และเพิ่มพื้นที่ว่างจากการเกษตรแบบเข้มข้นซึ่งลดลง

ทั้งนี้ ลูกชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ซึ่งมีขนาดระหว่างลูกซอฟต์บอล กับลูกวอลเลย์บอล มีไว้สำหรับการจัดแสดงเท่านั้น และมันถูกเคลือบเพื่อทำให้มั่นใจว่า มันจะไม่ได้รับความเสียหาย ระหว่างการเคลื่อนย้ายมาจากเมืองซิดนีย์

อย่างไรก็ดี โนคสมิธ กล่าวว่า ในขั้นตอนการผลิต ลูกชิ้นเนื้อแมมมอธมีกลิ่นหอม และมีความแปลกใหม่ ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะว่า มันมีส่วนประกอบของสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 4,000 ปีก่อน ก็เป็นได้.

เครดิตภาพ : REUTERS