สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ว่า นายยาสุโทชิ นิชิมุระ รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเพิ่มความเข้มงวด ให้กับมาตรการควบคุมการส่งออกวัตถุดิบสำหรับผลิตสารกึ่งตัวนำ หรือ เซมิคอนดักเตอร์ จำนวน 23 รายการ เพื่อใช้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ชิป

มาตรการดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ค. ที่จะถึง โดยวัตถุประสงค์หลักของการยกระดับมาตรการดังกล่าว คือเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเซมิคอนดักเตอร์ไปใช้เพื่อเทคโนโลยีทางทหาร


ทั้งนี้ นิชิมุระยืนยันว่า ผู้ประกอบการทุกแห่งในญี่ปุ่น ต้องยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตจากทางการ “ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกไปยังภูมิภาคแห่งใดก็ตาม” โดยไม่มีการเอ่ยชื่อประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างเจาะจง อย่างไรก็ตาม การประกาศแผนการดังกล่าวของญี่ปุ่น เกิดขึ้นก่อนนายโยชิมาสะ ฮายาชิ รมว.การต่างประเทศญี่ปุ่น เยือนกรุงปักกิ่ง ในช่วงสุดสัปดาห์นี้


ขณะที่นางเหมา หนิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นการเจตนานำประเด็นทางการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แผนการที่มีเป้าหมายสร้างอุปสรรคต่อห่วงโซ่อุปทานโลกเช่นนี้ ไม่เพียงเป็นการทำลายแผน แต่จะย้อนศรกลับมาทำลายตัวผู้วางแผนเช่นกัน


อนึ่ง มีการวิเคราะห์แล้วว่า บริษัทใหญ่ของญี่ปุ่นในสายงานเซมิคอนดักเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น นิคอน และโตเกียว อิเล็กตรอน จะได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ แม้ในทางการเมืองถือว่าเป็น “การเพิ่มความได้เปรียบ” ให้กับสหรัฐ ซึ่งประกาศมาตรการแบบเดียวกันไปก่อนแล้ว ซึ่งเป็นการจำกัดการส่งออกวัตถุดิบสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขนาด 14 นาโนเมตร โดยมีรายงานว่า ญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ร่วมใช้มาตรการนี้ด้วย แต่เลี่ยงการประกาศอย่างเป็นทางการ นัยว่าเพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียดกับจีน “มากไปกว่านี้”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES