สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ว่า นายยาสุโทชิ นิชิมุระ รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเพิ่มความเข้มงวด ให้กับมาตรการควบคุมการส่งออกวัตถุดิบสำหรับผลิตสารกึ่งตัวนำ หรือ เซมิคอนดักเตอร์ จำนวน 23 รายการ เพื่อใช้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ชิป
มาตรการดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ค. ที่จะถึง โดยวัตถุประสงค์หลักของการยกระดับมาตรการดังกล่าว คือเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเซมิคอนดักเตอร์ไปใช้เพื่อเทคโนโลยีทางทหาร
ทั้งนี้ นิชิมุระยืนยันว่า ผู้ประกอบการทุกแห่งในญี่ปุ่น ต้องยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตจากทางการ “ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกไปยังภูมิภาคแห่งใดก็ตาม” โดยไม่มีการเอ่ยชื่อประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างเจาะจง อย่างไรก็ตาม การประกาศแผนการดังกล่าวของญี่ปุ่น เกิดขึ้นก่อนนายโยชิมาสะ ฮายาชิ รมว.การต่างประเทศญี่ปุ่น เยือนกรุงปักกิ่ง ในช่วงสุดสัปดาห์นี้
Japan will restrict the overseas sale of chip manufacturing equipment, joining the United States and the Netherlands in curbing the export of key technology to China https://t.co/tyGYVy08my
— CNN (@CNN) March 31, 2023
ขณะที่นางเหมา หนิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นการเจตนานำประเด็นทางการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แผนการที่มีเป้าหมายสร้างอุปสรรคต่อห่วงโซ่อุปทานโลกเช่นนี้ ไม่เพียงเป็นการทำลายแผน แต่จะย้อนศรกลับมาทำลายตัวผู้วางแผนเช่นกัน
อนึ่ง มีการวิเคราะห์แล้วว่า บริษัทใหญ่ของญี่ปุ่นในสายงานเซมิคอนดักเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น นิคอน และโตเกียว อิเล็กตรอน จะได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ แม้ในทางการเมืองถือว่าเป็น “การเพิ่มความได้เปรียบ” ให้กับสหรัฐ ซึ่งประกาศมาตรการแบบเดียวกันไปก่อนแล้ว ซึ่งเป็นการจำกัดการส่งออกวัตถุดิบสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขนาด 14 นาโนเมตร โดยมีรายงานว่า ญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ร่วมใช้มาตรการนี้ด้วย แต่เลี่ยงการประกาศอย่างเป็นทางการ นัยว่าเพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียดกับจีน “มากไปกว่านี้”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



