เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 ของพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นคำร้องต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้คัดค้านนายนิพนธ์ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 และขอให้ตรวจสอบว่า พรรคประชาธิปัตย์ กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 55 และมาตรา 117 ว่า ตนยืนยันว่าตัวเองมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ การที่นายเรืองไกร ระบุว่า ตนขาดคุณสมบัติ เพราะกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้พ้นตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา นั้น นายเรืองไกร คงไม่ทราบว่าศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับเรื่องนี้ไว้แล้ว ฉะนั้น คำสั่งกระทรวงมหาดไทยจึงยังไม่มีผลใดๆ และขณะนี้ ตนได้ฟ้องให้เพิกถอนคำสั่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา นอกจากที่ตนไปยื่นใบสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ต่อ กกต. แล้ว ยังได้นำเอกสารเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด ไปยื่นพร้อมกันด้วย ซึ่งขอให้นายเรืองไกร รอฟังผลการพิจารณาของ กกต. ในวันที่ 14 เม.ย. นี้

“คุณเรืองไกร ก็เป็นผู้สมัคร ส.ส. เช่นเดียวกัน การที่นำเรื่องไม่จริงมาร้องผม อาจจะมีความผิดฐานใส่ร้ายป้ายสี ขอให้ระมัดระวัง อีกเรื่องที่คุณเรืองไกรไม่ทราบคือ ในคำฟ้องของผม จำเลยที่สอง คือ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย บัดนี้ เขาได้มีหนังสือแจ้งมาแล้วว่า คำสั่งของกระทรวงมหาดไทย อาจมีปัญหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงยอมรับและไม่คัดค้านคำสั่งทุเลาของศาลปกครองกลาง” นายนิพนธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากยังมีผู้ร้องในเรื่องลักษณะดังกล่าวอีกจะดำเนินการอย่างไร นายนิพนธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นการจงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้อยู่ในช่วงหาเสียง จึงถือเป็นการจงใจทำลายชื่อเสียง ทำลายคะแนนเสียง และอาจถือเป็นการใส่ร้าย โดยตนกำลังให้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ ยืนยันคดีที่เกิดขึ้น ทั้งคดีอาญาและคดีทางปกครอง จะมีคำพิพากษาออกมาเร็ววันนี้.