สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่า สหรัฐและฟิลิปปินส์ จัดการหารือระดับทวิภาคี ระหว่าง รมว.การต่างประเทศ และรมว.กลาโหม ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันอังคาร โดยประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ การเดินหน้าจัดทำแผนยุทธศาสตร์ “ด้านความมั่นคงอย่างครอบคลุม” ให้เสร็จสิ้น เพื่อครอบคลุมความสนับสนุนเกี่ยวกับเรดาร์ อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน อากาศยานทางทหาร ระบบป้องกันทางอากาศ และระบบป้องกันชายฝั่ง ภายในระยะเวลา 5-10 ปีนับจากนี้
Today @SecDef Austin and @SecBlinken hosted their counterparts from the Philippines for the 2+2 Ministerial Dialogue as both countries work together to maintain a free and open Indo-Pacific region. https://t.co/ek7z09OxNq
— Department of Defense ???????? (@DeptofDefense) April 11, 2023
พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า “ยังเร็วเกินไป” ที่จะเจาะจงว่า รัฐบาลวอชิงตันจะนำทรัพย์สินทางทหารแบบใดบ้าง ไปติดตั้งในฐานทัพอีก 4 แห่ง ซึ่งได้รับอนุญาตเพิ่มเติมจากฟิลิปปินส์ ให้เข้าถึงภายใต้ข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหม (อีดีซีเอ) ซึ่งรัฐบาลมะนิลาลงนามร่วมกับรัฐบาลวอชิงตัน เมื่อปี 2547
ขณะที่นายเอ็นริเก มานาโล รมว.การต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การขยายขอบเขตให้สหรัฐเข้าถึงฐานทัพเพิ่มเติม ตามกรอบของอีดีซีเอ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือทางทหาร ในการรับมือและตอบสนองต่อภัยพิบัติ ตลอดจน “ความท้าทายด้านความมั่นคงทุกรูปแบบ”
ทั้งนี้ การหารือที่สหรัฐเกิดขึ้น หลังกองทัพฟิลิปปินส์และกองทัพสหรัฐเปิดฉากปฏิบัติการซ้อมรบร่วมประจำปีในชื่อ “บาลิกาตัน” หรือ “เคียงบ่าเคียงไหล่” โดยการฝึกซ้อมจะใช้เวลานานประมาณ 3 สัปดาห์ โดยทั้งสองประเทศส่งทหารเข้าร่วมการฝึกซ้อมรวมกันประมาณ 17,000 นาย ถือเป็นการซ้อมรบบาลิกาตัน ซึ่งมีทหารเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่การฝึกซ้อมครั้งแรก เมื่อปี 2534
???????????????? “Our nations and our military forces share an unbreakable bond built through decades of working shoulder to shoulder, promoting peace and stability.”
— FRANCE 24 English (@France24_en) April 11, 2023
The annual drills by the US and the Philippines will run up to April 28 and involve more than 17,600 military personnel ⤵️ pic.twitter.com/9I5Fke2qo2
อนึ่ง การซ้อมรบบาลิกาตันครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกด้วย ที่จะมีการฝึกซ้อมตามแนวชายฝั่งแบบใช้กระสุนจริง โดยสหรัฐยืนยันว่า ภารกิจบาลิกาตันปีนี้ “เกิดขึ้นตามแผนการที่กำหนดไว้ล่วงหน้านานแล้ว”
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจีนวิจารณ์ว่า เป็นสถานการณ์ซึ่งเกิดขึ้น “อย่างประจวบเหมาะ” เนื่องจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) เสร็จสิ้นการฝึกซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน “อย่างเป็นทางการ” เป็นเวลา 3 วัน ขณะเดียวกัน รัฐบาลปักกิ่งเรียกร้องการซ้อมรบร่วมระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐ “ต้องไม่ใช่การแทรกแซงความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ และไม่รุกล้ำอธิปไตย สิทธิทางทะเล และผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของจีน”.
เครดิตภาพ : REUTERS



