สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่า ศาลไฮคอร์ตในกรุงจาการ์ตา มีคำพิพากษา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า การที่ศาลกรุงจาการ์ตากลาง มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (เคพียู) เลื่อนกำหนดการเลือกตั้งแห่งชาติ ซึ่งรวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดี และการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร จากกำหนดการปัจจุบัน คือ วันที่ 14 ก.พ. 2567 ออกไปเป็น “อย่างเร็วที่สุดในปี 2568” นั้น “เป็นการใช้อำนาจตุลาการเกินขอบเขต”
ทั้งนี้ คำพิพากษาของศาลกรุงจาการ์ตากลาง เมื่อเดือนที่แล้ว เป็นไปตามคำร้องของพรรคการเมืองชื่อ “พริมา” ซึ่งไม่สามารถขึ้นทะเบียนให้เคพียูรับรองการเป็นพรรคการเมืองได้ทันตามกำหนด หมายความว่า จะไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้าได้ ขณะที่ผลการตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด ปรากฏว่า “ความบกพร่องส่วนหนึ่ง” มาจากปัญหาซอฟต์แวร์ของเคพียู ส่งผลให้ระบบปฏิเสธรับเอกสารของพรรคพริมา
BREAKING: An Indonesian court on Tuesday overturned a lower court’s decision to delay for two years the 2024 presidential and general elections, ruling on an appeal filed by the country’s election commission.https://t.co/5p0zupbb22
— Stanley Widianto (@stanleywidianto) April 11, 2023
ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียและเคพียู แสดงท่าทีไปในทางเดียวกันว่า “พอใจ” ต่อคำพิพาษาของศาลสูง “คือคำตอบที่ชัดเจน” ว่า “ศาลระดับใดมีอำนาจอย่างแท้จริง” ในการชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ด้านพรรคพริมายังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ว่าจะยังคงอุทธรณ์ต่อหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาจะเป็นผู้พิจารณาคำร้อง
คำตัดสินของศาลกรุงจาการ์ตากลาง ประเด็นให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ และการถกเถียงอย่างหนักในสังคมอินโดนีเซีย โดยผู้สันทัดกรณีทางกฎหมายมองไปในทางเดียวกันว่า ศาลควรให้น้ำหนักไปที่ การสั่งให้เคพียูแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร ไม่ใช่การระงับกระบวนการทั้งหมด และเรื่องนี้จะบั่นทอนความพยายามปฏิรูปกลไกประชาธิปไตยของอินโดนีเซีย หลังอยู่ภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีซูฮาร์โต ยาวนานถึง 3 ทศวรรษ จนถึงปี 2541
นอกจากนี้ คำพิพากษาของศาลยังส่งผลให้วาระการดำรงตำแหน่งผู้นำอินโดนีเซียของ ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด กลับมาเป็นที่จับตา โดยวิโดโด วัย 61 ปี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 7 ของอินโดนีเซีย ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 ยืนกรานว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี ให้นานเกินกว่าสองสมัยติดต่อกัน หรือนานกว่า 10 ปี แม้นักการเมืองแถวหน้าหลายคน และภาคประชาชนหลายส่วน สนับสนุนการให้วิโดโด “อยู่ต่อแบบเฉพาะกิจ” ก็ตาม.
เครดิตภาพ : REUTERS



