เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกทม. นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกทม. ผู้บริหารสำนักงานเขตจตุจักร บางเขน สายไหม หลักสี่ ดอนเมือง บางซื่อ และลาดพร้าว ผู้ค้าและประชาชนที่อาศัยในบริเวณดังกล่าว ร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day ณ บริเวณสถานีย่อยตำรวจนครบาลบางซื่อถึงห้าแยกลาดพร้าว เขตจตุจักร

นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้เป็นกิจกรรม Big Cleaning Dayจตุจักร แต่เป็นการรวมตัวของหลายเขต เพื่อทำความสะอาดพื้นถนนและทางเท้า แบ่งพื้นที่การดำเนินการเป็น 7 ช่วงๆละ 200 เมตร โดยแต่ละช่วงจะมีเขตในกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ 7 เขต จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ประกอบด้วย เขตจตุจักร บางเขน บางซื่อ สายไหม หลักสี่ ดอนเมือง และลาดพร้าว ทำให้ถนนสะอาดขึ้นมา ก็ขอให้ประชาชนช่วยกันล้างถนนหน้าบ้าน อย่างน้อยคนละ 10 เมตร คนละนิดคนละหน่อย ก็จะได้ทางที่ยาวมาก จริงๆแลัวการล้างถนนไม่ใช่หน้าที่ผู้ว่าฯโดยตรง แต่การมาร่วมงานเป็นการให้กำลังใจ และทำให้เข้าใจปัญหา และวันนี้เป็นวันหยุดแทนที่จะไปทำอย่างอื่นก็มาดูเมืองแทน เพื่อให้เห็นปัญหาชัดเจนขึ้น
ผู้ว่าฯกทม.ยังได้กำชับในจุดที่จัดกิจกรรมซึ่งมีประชาชนและรถสัญจรผ่านหนาแน่นให้ติดตั้งป้ายเพื่อให้ประชาชนเห็นได้อย่างชัดเจน รวมทั้งติดสัญลักษณ์บนชุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติเพื่อให้ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะเพิ่มความระมัดระวัง และให้จัดกิจกรรมในบริเวณตรอกซอกซอยย่อยๆ ที่มีผู้ค้าด้วย

สำหรับน้ำที่นำมาล้างถนนครั้งนี้มาจาก2ส่วน คือน้ำจากคลองประปา เป็นน้ำดิบที่ยังไม่เข้ากระบวนการ เป็นน้ำสะอาด อีกส่วนเป็นน้ำจากโรงบำบัดน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้ว โดยละแวกนี้มีโรงบำบัดน้ำดินแดงและจตุจักรที่สามารถนำมาใช้ได้ ผู้ว่าฯชัชชาติ จึงได้ย้ำเพื่อสร้างความมั่นใจว่าการใช้น้ำเพื่อล้างถนนไม่ใช่การใช้น้ำที่สิ้นเปลืองแต่อย่างใด
ด้าน น.ส.ทวิดา กล่าวฝากถึงเจ้าของรถยนต์ทุกประเภทว่า ขอให้หมั่นตรวจสอบเครื่องยนต์ของท่านให้พร้อมใช้งาน เนื่องจากพบว่าบนผิวถนนและทางเท้ามีคราบน้ำมันเกาะติดอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งคาดว่าเกิดจาควันไอเสียรถยนต์ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์

ทั้งนี้ กิจกรรม Big Cleaning Day กรุงเทพมหานครได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ตลอดเดือนเมษายนนี้ เพื่อลดฝุ่นละอองที่เกิดจากการสัญจรของยานพาหนะและทำความสะอาดทางเท้า โดยเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ บริษัท ห้างร้าน ในพื้นที่มาร่วมกิจกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานสรุปผลการตรวจวัด PM2.5 ในช่วงเวลา 13.00-15.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) ตรวจวัดได้ 41-71 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 55.7 มคก./ลบ.ม. โดยค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 5️⃣7️⃣ พื้นที่ ได้แก่ 1.เขตราชเทวี 2.เขตสัมพันธวงศ์ 3.เขตพญาไท 4.เขตวังทองหลาง 5.เขตปทุมวัน 6.เขตบางรัก 7.เขตบางคอแหลม 8.เขตยานนาวา 9.เขตจตุจักร 10.เขตลาดกระบัง 11.เขตธนบุรี 12.เขตคลองสาน 13.เขตบางกอกน้อย 14.เขตภาษีเจริญ 15.เขตบางเขน 16.เขตบางพลัด 17.เขตบางขุนเทียน 18.เขตพระนคร 19.เขตสาทร 20.เขตคลองเตย 21.เขตบางซื่อ 22.เขตหลักสี่ 23.เขตบึงกุ่ม 24.เขตสวนหลวง 25.เขตลาดพร้าว 26.เขตคลองสามวา 27.เขตสายไหม 28.เขตจอมทอง 29.เขตดอนเมือง 30.เขตดินแดง

31.เขตราษฎร์บูรณะ 32.เขตบางกอกใหญ่ 33.เขตตลิ่งชัน 34.เขตทวีวัฒนา 35.เขตดุสิต 36.เขตหนองแขม 37.เขตบางบอน 38.เขตทุ่งครุ 39.เขตวัฒนา 40.เขตบางนา 41.เขตคันนายาว 42.เขตมีนบุรี 43.เขตหนองจอก 44.เขตประเวศ 45.เขตบางแค 46.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 47.อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย 48.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ 49.สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย 50.สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร 51.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 52.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 53.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 54.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด 55.สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค 56.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน 57.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง
ส่วนจากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA ไม่พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ.




