สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า ตามข้อมูลขององค์กรการกุศล “ทรัสเซลล์ ทรัสต์” ซึ่งสนับสนุนธนาคารอาหารราว 1,200 แห่งทั่วสหราชอาณาจักร ชุดอาหารเกือบ 3 ล้านชุด ที่แจกจ่ายในปี 2565 จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นของเด็กในประเทศมากกว่า 1.1 ล้านคน

ตัวเลขข้างต้นมีขึ้นในขณะที่สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ จี7 และหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก กำลังเผชิญกับราคาสินค้าที่สูงขึ้นมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็น ค่าเชื้อเพลิง, ค่าทำความร้อน, ค่าอาหาร และค่าที่อยู่อาศัย

วิกฤติดังกล่าว ส่งผลให้ธนาคารอาหาร กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชาวสหราชอาณาจักร เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าจ้างที่คงที่และไม่มีการปรับเปลี่ยน ผลักดันให้ผู้คนจำนวนมากขอความช่วยเหลือเป็นครั้งแรก แม้กระทั่งคนที่มีงานทำ

“พวกเรากำลังประสบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนคนที่มายังธนาคารอาหาร ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะคนงานที่ไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างรายได้ที่ต่ำ กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้อีกต่อไป” นายไบรอัน โทมัส ผู้บริหารสูงสุด (ซีอีโอ) ของธนาคารอาหาร “เซาท์ ไทน์ไซด์” ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหราชอาณาจักร กล่าว

วิกฤติค่าครองชีพส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่าง ๆ ทั่วสหราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นแพทย์, พยาบาล, ครู, คนงานท่าเรือ หรือแม้แต่ทนายความ ซึ่งโทมัสกล่าวเสริมว่า สถานการณ์ข้างต้น ยังส่งผลต่อการบริจาคอาหารด้วยเช่นกัน เพราะผู้คนจำนวนมากต่างดิ้นรนเพื่อหาค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้ตนเอง

ขณะที่ นางเอ็มมา รีวี ซีอีโอของทรัสเซลล์ ทรัสต์ กล่าวว่า ธนาคารอาหารในปัจจุบัน กลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับคนงานที่มีรายได้น้อย และผู้ที่ได้รับเงินสวัสดิการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาความหิวโหยและความยากจนที่ยั่งยืน พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มเงินสวัสดิการให้อยู่ในระดับที่เป็นจริงมากขึ้น เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES