เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ณ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย นายมุน ซึง-ฮย็อน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี และนายโจ แจ-อิล ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ร่วมกันเปิด “นิทรรศการแฮ-นยอแห่งเกาะเชจู 2023” ร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นเกาะเชจู

นิทรรศการในครั้งนี้ จัดแสดงรูปถ่ายขณะดำน้ำเพื่อจับสัตว์ทะเล (มุลจิล) อุปกรณ์ ชุดดำน้ำและอื่น ๆ ในหัวข้อ ‘วัฒนธรรมของแฮ-นยอแห่งเกาะเชจู’ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อปี 2559

ในพิธีเปิดมีคุณโก ซง-จา ผู้มีประสบการณ์เป็นแฮ-นยอ แห่งเกาะเชจูกว่า 40 ปี และคุณจอน ยู-คยอง แฮ-นยอ ประสบการณ์ 6 ปี ได้สวมชุดแฮ-นยก พร้อมทั้งแนะนำบิดชัง (เครื่องมือโลหะที่ใช้แงะหอยเป๋าฮื้อจากหิน) กับกากุรี (เครื่องมือมีลักษณะเหมือนตะขอเกี่ยวสัตว์ทะเลและพืชตามรอยแตกของหิน) และอุปกรณ์ในการมุลจิล

ขณะที่นายมุน ซึง-ฮย็อน กล่าวว่า “วัฒนธรรมแฮ-นยอแห่งเกาะเชจู เป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผมหวังว่านิทรรศการนี้ จะเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ความเหมือน และความคล้ายคลึงกันของวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ ผ่านวิถีชีวิตของแฮ-นยอ”

อาหารท้องถิ่นของเกาะเชจู

ด้านนายโจ แจ-อิล กล่าวว่า “ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีเตรียมนิทรรศการนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์เกาะเชจู และวัฒนธรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแฮ-นยอ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี การก่อตั้งศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี และปีแห่งการท่องเที่ยวเกาหลี-ไทย 2566/2567 นอกจากนี้ เรายังจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึง ‘นิทรรศการพิเศษสำหรับการเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ ‘ปูซานเวิลด์เอ็กซ์โป 2030 – สัมผัสการท่องเที่ยวปูซานและอาหารที่มีในภาพยนตร์เกาหลี’ เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. นี้”

อนึ่ง แฮ-นยอ ทั้งสองท่านได้เดินทางไปยังเกาะสีชัง ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการดำน้ำในทะเลระหว่างแฮ-นยอ เกาหลี กับชาวประมงพื้นบ้านไทย พร้อมทั้งเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ธนาคารสัตว์ทะเลเกาะสีชังโดยชุมชน เพื่อชุมชนยั่งยืน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางทะเลของไทยด้วย

“นิทรรศการแฮ-นยอ แห่งเกาะเชจู 2023″ จะจัดจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. นี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 09.00 -18.00 น. สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้จากเฟซบุ๊ก @koreanculturalcenterTH และโฮมเพจ https://thailand.korean-culture.org/th.

ขอขอบคุณ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย