สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า เมื่อไม่นานนี้แสงสปอตไลต์ได้สาดส่องไปยังภาพยนตร์ไทยอีกครั้ง ณ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปักกิ่งครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-29 เม.ย. ที่ผ่านมา
ลี ทองคำ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย จากบริษัท ทองคำ ฟิล์มส์ จำกัด ซึ่งเข้าร่วมงานนี้ เผยว่า หลังจากได้ร่วมงานกับผู้กำกับชาวจีนรวมถึงบริษัทภาพยนตร์และวิดีทัศน์ของจีนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย และมาร่วมงานนี้เพื่อมองหาโอกาสการร่วมมือ เขากล่าวว่า ผู้กำกับ นักแสดง เงินทุน และทรัพยากรอื่นที่มีคุณภาพของจีนช่วยยกระดับการผลิตผลงานร่วมกัน และภาพยนตร์ที่ตนผลิตร่วมกับบริษัทจีน ซึ่งเปิดตัวในไทยเมื่อปีที่แล้ว กำลังอยู่ระหว่างการประชาสัมพันธ์ ให้เข้าถึงผู้ชมชาวจีนเพิ่มมากขึ้นในฤดูร้อนนี้
นอกจากทองคำ ฟิล์มแล้ว ยังมีบริษัทภาพยนตร์ไทยอีก 6 แห่งที่มาร่วมงานนิทรรศการ เป่ยจิง ฟิล์ม มาร์เก็ต ( Beijing Film Market ) ของเทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้ บูธของพวกเขาตกแต่งด้วยลายประจำยามสไตล์ไทยอันมีเอกลักษณ์โดดเด่น
ข้อมูลของกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ ( Thailand Film Office ) สังกัดกรมการท่องเที่ยวของไทย ระบุว่า เมื่อปี 2565 ทีมงานผู้ผลิตจากต่างประเทศมีโครงการผลิตภาพยนตร์และสื่อวิดีทัศน์ในไทยทั้งหมด 348 โครงการ ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 6,400 ล้านบาท
ประเทศไทยกำลังกลายเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ยอดนิยม และภาพยนตร์ดังของจีนหลายเรื่องก็มาถ่ายทำในไทย เช่น แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์ ( Lost in Thailand ) และ นักสืบไชน่าทาวน์ ( Detective Chinatown )
“ทีมกองถ่ายจีนนิยมมาถ่ายหนังที่ไทยมาก มีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างเจรจาหรือเริ่มถ่ายทำในไทยแล้ว” คำกล่าวของจางเลี่ยง จากบริษัทอาร์ท้อป มีเดีย ( Artop Media ) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2552 และได้นำภาพยนตร์ไทยส่งออกสู่สายตาผู้ชมชาวจีนแล้วมากกว่า 100 เรื่อง รวมถึงการมีส่วนร่วม ผลิตผลงานภาพยนตร์จำนวนหนึ่งในประเทศไทยด้วย
จางเลี่ยง กล่าวว่า เทศกาลภาพยนตร์เช่นนี้ สร้างเวทีการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานรัฐ บริษัทภาพยนตร์ และผู้ประกอบวิชาชีพในวงการภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศ พร้อมเผยว่าหลายปีมานี้ภาพยนตร์ไทยขายลิขสิทธิ์ได้ดีมากในจีน แต่ปัจจุบันภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในโรงของจีนมีไม่กี่เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อใหม่มากกว่า
ปัจจุบัน แพลตฟอร์มวิดีโอ เช่น อ้ายฉีอี้ ( iQiyi ) เทนเซ็นต์ ( Tencent ) และ บิลิบิลิ ( Bilibili ) ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางหลักของชาวจีนในการชมภาพยนตร์ไทยเท่านั้น แต่ยังรุกเข้าสู่ตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ของจีนจำนวนมากเผยโฉมสู่ตลาดผู้ชมชาวไทย
ขณะที่ บริษัทจีนอย่างไป่หมิง กรุ๊ป ( Baiming Group ) ซึ่งทำธุรกิจแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ก็หวังที่จะสร้างความร่วมมือกับบริษัทผลิตภาพยนตร์และฐานการถ่ายทำภาพยนตร์ของไทยผ่านเทศกาลนี้ เพื่อโปรโมตภาพยนตร์และละครใหม่ ๆ
สี่ฉงส่วง ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจของไป่หมิง กรุ๊ป กล่าวว่า แนวทางของหนังและละครทีวีไทยนั้นใกล้เคียงกับจีน ทั้งประเภทของหนัง รวมถึงการวางตัวนักแสดงก็สอดคล้องกับรสนิยมของผู้ชมชาวจีนมากกว่าหนังจากตลาดอื่น

คุณวรรณสิริ โมรากุล ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรมของไทย กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ตนได้เป็นตัวแทนเพื่อโปรโมตภาพยนตร์ไทยในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปักกิ่งครั้งนี้ และรู้สึกประทับใจมากที่เห็นว่าผู้ชมชาวจีนชื่นชอบภาพยนตร์ไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยยกตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง มายาพิศวง ( Six Characters ) ซึ่งนำแสดงโดยมาริโอ้ เมาเร่อ มีแฟนคลับชาวจีนอยู่ไม่น้อย พร้อมเผยด้วยว่า ตนก็มีนักแสดงจีนที่ชื่นชอบเช่นกัน และแสดงความหวังว่าในอนาคตจะมีภาพยนตร์ และละครไทยเข้าสู่ตลาดจีนมากยิ่งขึ้น.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA






