เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่โรงเรียนอรรถมิตร ซอยพหลโยธิน 37 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ดร.ธีระ อัชกุล พร้อมด้วย คุณก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี สถาปนิก นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสถาวะแวดล้อม คุณนัษฐา รัตนชัยชาญ เลขานุการชมรมชาวบ้านสุขุมวิท 61 พร้อมกับ ชาวชุมชนพหลโยธิน 37 กว่า 60 คน ร่วมประชุมหารือเพื่อคัดค้านการสร้างคอนโดแห่งหนึ่งในซอยพหลฯ 37 เพราะจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตผู้อาศัยในชุมชน

ดร.ธีระ กล่าวว่า แม้จะเป็นสร้างคอนโดฯ ในพื้นที่ของเขาเองถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทำให้เกิดความเสียหายเดือดร้อน ทางกฎหมายถือเป็นการใช้สิทธิเกินตัว ซึ่งประชาชนสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก อาทิ มาตรา 421 กฎหมายให้สิทธิเราในการคัดค้าน อีกทั้งการคัดค้านยังสามารถกระทำผ่านขบวนการ EIA และยังมีทั้งศาลปกครองเป็นที่พึ่ง เหตุที่ต้องคัดค้านโครงการดังกล่าวเนื่องจากโครงการมีความหนาแน่น จำนวน 230 ห้อง บนเนื้อที่เพียง 1 ไร่ครึ่ง โดยมีผู้พักอาศัยประมาณ 758 คน ซึ่งเปรียบเสมือนมีหมู่บ้านขนาดใหญ่มาสร้างอยู่ในซอยแคบ ทำให้ต้องการสาธารณูปโภค ทั้งน้ำดีน้ำเสีย การจัดเก็บขยะและการระบายน้ำ รวมถึงเรื่องไฟฟ้าว่าจะเพียงพอหรือไม่ และการจราจรปัจจุบันถนนแห่งนี้ก็มีรถติดมาก ถนนซอยแคบ หากมีประชาชนเข้ามาอีก 230 ครัวเรือนกับที่จอดรถเพียง 80 เพียงกว่าคัน อาจมีการจอดรถตามแนวซอยซึ่งทำให้การจราจรเป็นอัมพาต

ดร.ธีระ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญหากเกิดอัคคีภัยการเข้าดับเพลิงอาจทำได้ลำบากมาก ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรคัดค้าน จึงรวมพลังชุมชนเพื่อช่วยกันทั้งการลงนามคัดค้านการศึกษาการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชนครั้งที่ 1 (EIA) มีหมายกำหนดสิ้นสุด 17 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีชาวชุมชนพหลฯ 37 ร่วมลงนามทั้งสิ้น 76 ท่าน เนื่องจากเป็นการศึกษาที่ขาดมาตรฐาน และจากที่ชุมชนพหลโยธิน 37 มีผู้สูงอายุเยอะมาก หากโครงการดังกล่าวก่อสร้าง ผลที่ตามมาคือ มลพิษ มลภาวะฝุ่น ทั้ง กลิ่นเสียง อาจทำให้เกิดความเครียดเป็นโรคประสาท หรือบางท่านอาจแพ้อากาศ เมื่อเจอฝุ่นพิษ ก็กลายเป็นหืดหอบหายใจไม่ออก บางรายอาจมีอาการที่เป็นอันตรายถึงชีวิต จึงจะขอให้ ผู้ที่มีผู้สูงอายุในวัย 70-80 ที่และผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพพักอาศัยอยู่ในชุมชน นำรายงานจากแพทย์ มาเพื่อรวบรวมส่งทางการ และโครงการให้ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นเพราะโครงการฯ
โดยส่วนตัวแล้ว ดร. ธีระ กล่าวว่าตนจะไม่คัดค้านโครงการคอนโดที่ดี เป็นมิตรกับชุมชน แต่หากถ้าโครงการไม่เป็นมิตร และทำลายสภาพชุมชนอย่างที่เป็นอยู่ ขอถามว่าชาวพหลโยธิน 37 จะยอมหรือไม่
คุณนัษฐา กล่าวว่า ได้ต่อสู้คัดค้านโครงการคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านเอกมัย ซอยสุขุมวิท 61 มาหลายปี ตนเองมีบ้านที่อยู่ใกล้โครงการได้รับเอกสารใบปลิว ค่อนข้างตกใจเพราะเป็นโครงการตึกสูง 43 ชั้น และซอยสุขุมวิท 61 เป็นซอยเล็กซอยตัน ปากซอย กว้างเพียง 10 เมตรปลายซอยลึกเพียง 6 เมตร ซึ่งไม่สามารถสร้างได้อยู่แล้ว ซึ่งก่อนที่จะสร้างมีเพียงบ้านไม่กี่หลังที่อยู่ใกล้โครงการดังกล่าวได้รับข้อมูล แล้วเมื่อไปตรวจพบเว็บไซต์ของบริษัทก่อสร้างดังกล่าว กลับมีผังโครงการที่เตรียมจะสร้างแล้ว โดยที่ชาวบ้านยังไม่ทราบข้อมูล เมื่อตรวจดูว่าทำไมถึงสร้างได้พบว่ามีการซื้อที่ดินในซอยเอกมัย 63 และซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งเป็นซอยติดกัน จึงทำให้สร้างได้ ทำให้เกิดความกังวล กับชาวชุมชนเป็นอย่างมากว่าถ้าหากสร้างขึ้นมา จะเป็นโครงการมหึมา และที่สำคัญส่วนที่เป็นอาคารจอดรถสูง 15 ชั้น ซึ่งเป็นชั้นใต้ดิน 8 ชั้น ซึ่งต้องขุดดินให้ลึกลงไป ถึง 28 เมตร แล้วบ้านที่อยู่บริเวณนั้นเป็นอาคาร 2-3 ชั้น ซึ่งเสาเข็มไม่สามารถรองรับได้และจะถูกกระทบกระเทือนอย่างแน่นอนในการขุดดินเพื่อเอาดินออกมา รวมถึงมีบ้านที่ติดกับอาคารดังกล่าว ซึ่งตนรู้สึกว่ามันอันตรายและเอาเปรียบ จึงต้องสู้คัดค้านโครงการนี้

คุณนัษฐา กล่าวอีกว่า เคยมีประสบการณ์จากโครงการของดอนโดมิเนียมก่อนหน้านี้ ที่ชาวชุมชนต่างได้รับเอกสารสำรวจ ทำ EIA แต่ต่างคนต่างทำแบบสำรวจ ซึ่งคิดว่าสร้างถูกต้องตามระเบียบ แต่ปรากฏว่าเมื่อเริ่มสร้างต้องทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก มีรถใหญ่ รถปูนวิ่ง ตลอดเวลา สั่นสะเทือนไปหมดและการจราจรติดขัด นอกจากนี้บ้านรอบๆ รั้วพัง ถนนทรุด ได้รับความเสียหายถือเป็นประสบการณ์โดยตรงที่ได้รับจากโครงการ จนมาถึงโครงการล่าสุด จึงรวมตัวกันมาประชุมร่วมกับโครงการว่าจะมีการต่อรองหรือเปลี่ยนแปลงแบบแปลนหรือไม่เพื่อให้เป็นมิตรกับผู้อยู่อาศัยเดิม ต่อมาจึงตั้งเป็นชมรมชาวบ้านซอยสุขุมวิท 61 และได้รับความร่วมกับหลายฝ่ายให้คำปรึกษาอย่างดี มีการติดป้ายคัดค้าน โดยใช้เวลาต่อสู้ร่วมกัน 2 ปีกว่า โดยมีการยื่นเรื่องร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน ทั้ง คชก. สำนักงานเขต กระทรวงมหาดไทย ต่อมาทราบว่าเจ้าของโครงการและผู้ถือหุ้นไม่สามารถขายห้องได้ตามระยะเวลาที่กำหนดและไม่สามารถใช้หนี้เงินกู้ยืมได้ ทำให้ผู้ถือหุ้นร่วมกับโครงการถอนตัวออก และยุติการสร้างคอนโดฯ ในที่สุด “ไม่ได้คัดค้านการพัฒนาหรือโครงการ แต่ไม่อยากให้เอาเปรียบผู้อาศัยชุมชนจนเกินไป”
คุณก้องศักดิ์ สถาปนิก กล่าวว่า กฎหมายอาคารมี 3 มิติ ตัวละครทั้งสถาปนิกหรือเจ้าของโครงการ แต่ตัวละครใหญ่จริงๆคือหน่วยงานรัฐ แต่ผู้ที่ออกกฎหมาย ข้อนี้คือกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ออกแบบตั้งแต่ระดับผังเมือง เป็นตัวการสำคัญ รองมาคือ เขตกับ กทม. ฝ่ายโยธาและกองควบคุมอาคาร ที่หากมีเงินก็ผ่านหมดทุกโครงการ หากมองที่ข้อกฎหมาย คือคุณสร้างไม่ได้ นั้นเป็นข้อหลัก อยากให้ลองค้นหาคำว่ากำแพงบางซ่อน แล้วดูที่รูปภาพ แต่สำหรับโครงการนี้ที่จะ สร้างภายในซอยพหลโยธิน 37 ซึ่งเป็นซอยตัน ซึ่งซอยดังกล่าวเป็นถนนส่วนบุคคล คาดว่าไม่น่าจะสามารถสร้างได้ เนื่องจากทางเข้าอาคารก็เป็นถนนส่วนบุคคล และเป็นสิทธิ์ของบุคคลทั้ง 8 ท่าน แต่ที่ดินแปลงนี้กลายเป็นที่สาธารณะไปโดยปริยายเพราะเจ้าของไม่ได้แสดงสิทธิ์สงวนการใช้ซอยนี้มานานแล้ว

คุณศรีสุวรรณ จรรยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ทำเรื่องคัดค้านการสร้างคอนโดฯ เหล่านี้ให้กับชุมชนมาหลายราย บางรายในช่วงแรกก็พยายามให้ตนยื่นเรื่องเอาถึงที่สุด แต่เมื่อยื่นฟ้องคดีไปๆ มาๆ ก็ขอถอนตัว หรือบางรายก็ติดต่อไม่ได้ก็มี แต่หากถ้าตอนทำแล้วต้องเดินไปถึงที่สุด สำหรับซอยพหลโยธิน 37 ตอนขับรถเข้ามาเห็นเสาไฟฟ้า 2 ต้นคาดว่าไม่น่าจะถึง 6 เมตร ทั้งนี้ต้องขอดูว่าความกว้างของท่อน้ำเสีย กว้างเท่าไหร่ สามารถรองรับได้หรือไม่เนื่องจากฝนตก แล้วมักจะเกิดน้ำท่วม แต่หากทาง EIA ผ่านนั้น ก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้ายคือ ฟ้องศาลปกครอง และฟ้องคณะกรรมการผู้ชำนาญการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่คชก.ในฐานะเป็นผู้อนุมัติ และ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา และผู้อำนวยการเขต นอกจากนี้ตอนฟ้องคดีมามากมาย หลายท่านกลัวถูกฟ้องกลับ เนื่องจากเราฟ้องหน่วยงานรัฐ กรณีใช้อำนาจโดยมิชอบบริษัทหรือโครงการจึงไม่สามารถฟ้องกลับได้

ทั้งนี้ จะมีการนัดประชุมหารือกันในครั้งถัดไป.



