สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า ผลอย่างเป็นทางการของการลงประชามติโดยชาวอุซเบกิสถาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในหัวข้อคำถามเกี่ยวกับ การขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 5 ปี ให้เป็น 7 ปี ปรากฏว่า 90.21% ของผู้ออกมาใช้สิทธิ “เห็นชอบ” จากจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85%
#Uzbekistan has published the results of a referendum on amendments to the Constitution. The current President #Mirziyoyev will be able to rule until 2040.
— NEXTA (@nexta_tv) May 1, 2023
The turnout in the referendum was 84.54%, said the head of the Central Election Commission, Zainiddin Nizamkhojaev.
90.21%… pic.twitter.com/3pbQNWJySf
แม้รัฐบาลให้เหตุผลว่า การลงประชามติดังกล่าวเป็นไปเพื่อ “ยกระดับหลักธรรมาภิบาล และคุณภาพชีวิตของประชาชน” อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ประชากกรราว 35 ล้านคนในคาซัคสถาน หนึ่งในประเทศอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรงแห่งนี้ อยู่ภายใต้การจำกัดสิทธิและเสรีภาพมานานหลายทศวรรษ

President of #Uzbekistan???????? Shavkat #Mirziyoyev together with his family members visited #Referendum 59th polling station and casted his #ballot in Mirzo Ulugbek district of Tashkent. pic.twitter.com/UW1zCMb4uY
— Shavkat Mirziyoyev's Press-service (@president_uz) April 30, 2023
ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายวิเคราะห์ไปในทางเดียวกันว่า การลงประชามติครั้งนี้คือ “การสร้างความชอบธรรม” ให้กับ ประธานาธิบดีชาฟคัต เมียร์ซิโยเยฟ วัย 65 ปี ซึ่งชนะการเลือกตั้งสมัยแรกเมื่อปี 2559 หลังการถึงแก่อสัญกรรมของผู้นำในเวลานั้น คือ ประธานาธิบดีอิสลาม คาริมอฟ ซึ่งปกครองประเทศเพียงคนเดียวนานต่อเนื่อง 25 ปี ให้สามารถดำรงตำแหน่งได้อีกอย่างน้อยสองวาระ เท่ากับว่า เมียร์ซิโยเยฟ จะสามารถอยู่ในฐานะประมุขของอุซเบกิสถานได้จนถึงปี 2583.
เครดิตภาพ : AFP



