สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า ผลอย่างเป็นทางการของการลงประชามติโดยชาวอุซเบกิสถาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในหัวข้อคำถามเกี่ยวกับ การขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 5 ปี ให้เป็น 7 ปี ปรากฏว่า 90.21% ของผู้ออกมาใช้สิทธิ “เห็นชอบ” จากจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85%


แม้รัฐบาลให้เหตุผลว่า การลงประชามติดังกล่าวเป็นไปเพื่อ “ยกระดับหลักธรรมาภิบาล และคุณภาพชีวิตของประชาชน” อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ประชากกรราว 35 ล้านคนในคาซัคสถาน หนึ่งในประเทศอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรงแห่งนี้ อยู่ภายใต้การจำกัดสิทธิและเสรีภาพมานานหลายทศวรรษ

ประธานาธิบดีชาฟคัต เมียร์ซิโยเยฟ ใช้สิทธิลงประชามติ ที่หน่วยลงคะแนนแห่งหนึ่ง ในกรุงทาชเคนต์


ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายวิเคราะห์ไปในทางเดียวกันว่า การลงประชามติครั้งนี้คือ “การสร้างความชอบธรรม” ให้กับ ประธานาธิบดีชาฟคัต เมียร์ซิโยเยฟ วัย 65 ปี ซึ่งชนะการเลือกตั้งสมัยแรกเมื่อปี 2559 หลังการถึงแก่อสัญกรรมของผู้นำในเวลานั้น คือ ประธานาธิบดีอิสลาม คาริมอฟ ซึ่งปกครองประเทศเพียงคนเดียวนานต่อเนื่อง 25 ปี ให้สามารถดำรงตำแหน่งได้อีกอย่างน้อยสองวาระ เท่ากับว่า เมียร์ซิโยเยฟ จะสามารถอยู่ในฐานะประมุขของอุซเบกิสถานได้จนถึงปี 2583.

เครดิตภาพ : AFP