สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวระหว่างพิธีวางศิลาฤกษ์ ว่าการพัฒนาท่าเรือสีหนุวิลล์จะมีส่วนส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศของกัมพูชา เปิดทางให้เรือคอนเทเนอร์ขนาดใหญ่สามารถเข้าเทียบท่า ลดต้นทุนการขนส่งทางทะเลของกัมพูชาอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงช่วยดึงดูดนักลงทุน และเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจ

ด้านนาย ซุน จันทอล รมว.โยธาธิการและการขนส่งของกัมพูชา กล่าวว่า การก่อสร้างท่าเทียบเรือแห่งใหม่จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกครอบคลุมการสร้างท่าเทียบเรือสินค้าทั่วไปบนบก และท่าเทียบเรือบรรทุกตู้คอนเทเนอร์ ความยาว 350 เมตร และลึก 14.5 เมตร ซึ่งจะสามารถรองรับเรือขนาดรวม 60,000 เดดเวทตัน (DWT) หรือเรือบรรทุกสินค้า 4,000 ทีอียู (TEU: หน่วยนับสินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทเนอร์ความยาว 20 ฟุต)

ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาคาดการณ์ว่าการก่อสร้างระยะแรกจะใช้งบประมาณลงทุน 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,410 ล้านบาท) และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2569

ขณะที่การก่อสร้างระยะที่สองจะเริ่มในปี 2568 และสิ้นสุดในปี 2571 และการก่อสร้างระยะที่สามจะเริ่มในปี 2569 และสิ้นสุดในปี 2572 ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 698 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.38 หมื่นล้านบาท)

ปัจจุบัน ท่าเรือสีหนุวิลล์มีศักยภาพรองรับตู้คอนเทเนอร์ 700,000 ทีอียูต่อปี และจะเพิ่มเป็น 1.4 ล้านทีอียูต่อปีในปี 2569 และ 2.58 ล้านทีอียูต่อปีในปี 2572 เมื่อการก่อสร้างทั้งสามระยะแล้วเสร็จ โดยท่าเรือสีหนุวิลล์ เป็นท่าเรือน้ำลึกเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียวของกัมพูชา สามารถทำรายได้ 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,940 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA