ทำเอาแฟนคลับใจหายหลัง เห็นภาพตลกซุป’ตาร์ “โหน่ง ชะชะช่า” ซูบผอมลงจนผิดตา จนมีข่าวลือหนาหูว่าเจ้าตัวล้มป่วยหรือเปล่า ล่าสุดพี่โหน่งออกมาเคลียร์ชัดในงานกาล่า “เห้งเจียแจ๊ส” โดยเผยว่า “ผมอยากดูแลตัวเองมากกว่า เพราะผมอายุมากแล้ว รู้เลยมันเกิน 50 แล้ว มันต้องดูแลตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ไปออกกำลังกายแบบหักโหมนะ แต่คือลดข้าว ลดแป้ง นิดหน่อย ให้มันให้มันโอเคขึ้น ไม่งั้นแบบขึ้นบันไดแล้วมันก็เจ็บเข่าเจ็บขา มันเริ่มแล้ว ผมว่า 50 เนี่ย ถ้าไม่ดูแลตัวเองนะ มันก็ไม่ไหวแล้ว แล้วผมอ้วนเกิน ผมหนัก 103 กิโล เมื่อก่อนผมหนัก 113 กิโล แล้วผมลดไปครั้งหนึ่งแล้ว พอกลับมาอ้วนอีกทีผมปวดขา ก็เลยมาลดอีกครั้งหนึ่ง ลดไป 23 กิโล เหลือ 80 ก็เลยแบบว่าเออโอเค คล่องตัวนิดหนึ่ง เวลาก้มผูกเชือกรองเท้า ทำโน่นทำนี่ มันก็คล่องแคล่วขึ้น”

“โดนทักเยอะเยอะมาก บอกว่าป่วยหรือเปล่า เป็นอะไรหรือเปล่า จริงๆ มันผอมเกิน ผมเคยอ้วนไง แล้วถ้าผมผอมลง หน้ามันจะตอบด้วย แล้วก็คอ มือ มันเหี่ยวหมด เพราะฉะนั้นผมกะว่าผมจะเอาขึ้นมาอีกสัก 5 กิโล ให้มีแก้มหน่อย ลดเหลือ 80 ภายใน 3 เดือน ระหว่างทางก็เหนื่อย เหนื่อยตรงที่ว่าเราต้องกินไข่ต้ม แต่บางทีลูกเมียพาไปกินอะไรก็กินบ้าง ไม่ใช่ว่ากินไข่ต้ม มีชีทเดย์ (Cheat Day) อยากกินอะไรก็กิน ลดของทอด ส่วนเรื่องออกกำลังกาย เราเดินมันก็ออกกำลังกายอยู่แล้ว ผมเดินทั้งวันอยู่แล้ว ไปเวิร์คพอยท์ก็เดิน จากข้างล่างขึ้นไปข้างบน บางทีอัดสตูดิโอ 9 งี้ เดินไปไหว้พี่ตา (ปัญญา นิรันดร์กุล) สตูดิโอ 18 เดินขึ้นไปชั้นบนไปไหว้พี่จิก เดินไปไหว้ ไปหาเพื่อน ไปหาน้องซี ไปหาทุกคน มันก็เหมือนออกกำลังกาย จริงๆ มันคือการออกกำลังกายไปในตัวอยู่แล้ว”

“ถ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ผมให้ประมาณ 95 ก่อน อีก 5 มันก็ยังอ้วนอยู่นะ ผมยังไม่ได้ผอมเลยนะ แต่มันก็กระโดดได้แล้ว แต่ตอนที่ผมอ้วน 103 กิโล มันไม่ได้ มันเจ็บเข่า แล้วเข่ามันเหมือนไม่มีน้ำในเข่า มันจะรู้ทันทีเลย ตอนนี้น้ำหนักลด เอาอะไรออกจากท้องไปเนี่ย เข่าไม่มีเสียงแล้ว กับการปักปากกา มันก็จะปักตลอด ผมก็เคยปัก แต่ทีนี้ถ้าเกิดไม่ดูแลตัวเอง มันช่วยไม่ได้ เมียผมก็ปัก แต่ปักแล้วกินเนี่ย มันก็ช่วยไม่ได้ ผมก็ยังบอกเมียว่าหยุดกินบ้าง แต่จริงๆ ก็ไม่อยากให้เขาหยุดหรอก (แสดงว่าอันนี้คือธรรมชาติ 100% ที่ลดมา?) ใช่ ธรรมชาติ มันไม่อยากจะปักปากกาอะไรหรอก มันก็กลัวแหละ”

“ทำไมเราต้องไปอ่านคอมเมนต์ด้านลบด้วย พอด้านลบปุ๊บเราก็เลื่อนไปเลย เลื่อนผ่านไปเลย ก็คนเรามันแหม มือเรายังไม่เท่ากัน ทุกอย่างมันไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นจะพิมพ์อะไรก็ได้ไม่เป็นไร พิมพ์ในเรื่องดีเขาก็ดีด้วย เราก็ดีด้วย มันก็เหมือนสรรเสริญเยินยอกันไป คนเราพูดดีมันก็ได้ดีแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ได้ซีเรียส ทุกคนมีโอกาสติชมได้ เราไม่ใช่ว่าเฮ้ย ติชมเราไม่ได้เลย ต้องติชมได้ด้วย เราทำไม่ดีเขาก็ติเราได้ ทำผิดพลาดเขาก็ติเราได้ เพราะฉะนั้นเรื่องดีก็มี เรื่องไม่ดีก็มี เพราะฉะนั้นก็รับฟัง เพราะการติชม มันก็เหมือนเราปรับปรุงตัวเองด้วย ผมก็ดูแลหลานนี่แหละ ดูแลหลานแล้วก็ทำงาน ก็ทำงานไปด้วยดูแลหลานไปด้วย บางทีเลิกงานไวผมก็ไปรับหลาน ลูกสะใภ้ไม่ต้อง เมียไม่ต้อง บางทีผมก็ไปรับเขาเอง ไปส่งเอง แต่ส่งคงไม่ไหว เพราะมันตื่นเช้า เพราะโรงเรียนเขาเข้าเช้า ห่างจากนครนายกมาคลอง 11 ก็จะใช้เวลาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าผมอัดรายการเลิกบ่ายสอง ชั่วโมงกว่าผมทัน ผมก็โทรฯ บอกลูกสะใภ้ว่าไม่ต้อง เดี๋ยวพ่อไปรับเอง”


“มีโดนแซวเรื่องคาแรกเตอร์ ว่าผอมลงแล้วความตลกจะหาย แจ๊ส ชวนชื่น จะชอบแซว ผอมไปนะ พี่ต้องอ้วนต้องอะไรอย่างนี้ ก็เออ เดี๋ยวตามใจมึงแจ๊ส เดี๋ยวกูจะกลับมาอ้วนเหมือนเดิม มึงไม่ห่วงสุขภาพกูเลยหรือไง ก็เล่นมุกเล่นอะไร พี่เท่ง เถิดเทิง ก็อำ แต่ผมก็อยากจะเอาขึ้นมาอีกสัก 5 กิโล หรือ 10 กิโล สัก 90 ทีนี้มันก็คงโอเคเลย ถ้ามันยังขึ้นบันไดแล้วมันไม่มีเสียงกรอบแกรบๆ ก็เออ 90 ก็อยู่ตัวผมเลย ก็กินคงที่ไป ผมซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักมา 2 เครื่อง เผื่ออีกเครื่องหนึ่งแบตหมด หรือแบตอ่อน พอกลับบ้านปุ๊บ อาบน้ำอาบท่าอะไรเสร็จเรียบร้อยก่อนนอน ไม่ใส่ชุดนอน กางเกงในตัวเดียวก็ขึ้นดู เครื่องนี้เท่านี้ มาขึ้นอีกเครื่องหนึ่ง เฮ้ย มาตรฐานโอเค แต่ถ้าวันไหนนะ กินเยอะ กลับบ้านปุ๊บชั่ง เฮ้ย ขึ้นมา 2 กิโล พรุ่งนี้จะค่อยๆ แล้ว ไข่ต้ม 3 ใบเลย อยู่ได้ทั้งวัน เย็นมาตบด้วยผัก จบเลย น้ำหนักลด”

“บางทีเจอน้องบอย (ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล) ก็แนะนำ เจอตั๊ก (บริบูรณ์ จันทร์เรือง) ก็พี่อย่างนี้ๆ ผมก็แบบ เราไม่ไหวตรงที่ว่าจะต้องไปโหมหนักขนาดนั้น ผมเคยซื้อจักรยานคันหนึ่ง ปั่นมาครึ่งทางมั้ง แล้วมันขึ้นสะพานไม่ไหว ผมก็เรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วก็แบกจักรยาน แล้วให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างไปส่งบ้าน (หัวเราะ) มันปั่นขึ้นสะพานไม่ได้ เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มปั่นวันแรกไง วันแรกเราไปหักโหมขึ้นสะพานไงครับ มันไม่ไหวก็เรียกมอเตอร์ไซค์แล้วก็แบก แต่อายนะ แต่ชุดเราเต็มยศเลยนะ คือชุดปั่น เหมือนไอ้นุ้ย (นุ้ย เชิญยิ้ม) น้องผมมันซื้อจักรยานมา จักรยานล้อจะพังอยู่แล้ว น้ำหนักมันยังไม่ลดเลย (หัวเราะ)”

“ปัญหาเรื่องสุขภาพ ไม่มีครับ ตรวจประจำปีอยู่แล้ว ตอนแรกเกือบจะเป็นเบาหวาน แต่ไม่เป็น เพราะว่าผมถามว่า ผมเป็นหรือยัง เขาบอกยัง ถ้า 110 เนี่ยยัง คุณดูแลสุขภาพ กินให้น้อย รสจัดก็เบาลง จะได้ไม่ต้องกินยา เพราะถ้ามันมันถึงขีด 140, 130 เราต้องกินยา ผมว่าถ้ามีวินัยแค่นั้นเอง เหมือนเราให้รางวัลกับตัวเอง ไม่ต้องไปซื้ออะไรที่มันแพงๆ หรอก เนี่ยเวลา 1 ชั่วโมง หรือครึ่งชั่วโมงที่เรามาออกกำลังกาย จะเดินบ้าง วิ่งบ้าง แต่ถ้าอ้วนเยอะ ผมแนะนำให้เดิน เพราะถ้าวิ่งไม่ไหวแน่นอน ยิ่งรองเท้าเนี่ย ปัญหาคือรองเท้า ผมเคยใส่ผ้าใบวิ่ง แล้วมันเกิดปัญหาทันทีเลย มันขึ้นมาถึงเข่าเลย กึกๆ เพราะมันไม่มีอะไรซับ เพราะฉะนั้นรองเท้าสำคัญที่สุด จะวิ่งจะออกกำลังกาย ซื้อรองเท้าให้ดี เอารองเท้าที่มันซัพพอร์ตเท้าเราได้ ถ้าเอารองเท้าแบบดิบๆ ถูกๆ ผ้าใบ ซื้อแพงนิดหนึ่ง แต่มันช่วยเรื่องสุขภาพเรา”