สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่านายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในซูดาน ว่านับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารครั้งล่าสุดในซูดาน เมื่อปี 2562 ยูเอ็นเชื่อมั่นมาตลอด ว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจตามกระบวนการประชาธิปไตย “จะเป็นไปด้วยความราบรื่น”


อย่างไรก็ตาม ซูดาน “ประเทศซึ่งประสบกับความเจ็บปวดมากเกินพอแล้ว” กลับเผชิญกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งการสู้รบเพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างบุคคลสองคน “เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก” หมายถึงความขัดแย้ง ระหว่างกองทัพซูดานของ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประธานสภาอธิปไตย กับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ( อาร์เอสเอฟ ) ของ พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล หรือ “เฮเมดติ” รองประธานสภาอธิปไตย

ผู้อพยพชาวซูดานขี่ลา เดินทางข้ามพรมแดนไปยังชาด


ทั้งนี้ ยูเอ็นประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตจากการสู้รบครั้งนี้ ไว้ที่อย่างน้อย 550 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 5,000 คน ทว่าสถิติในความเป็นจริง “สูงกว่านั้นมาก” อีกทั้งความพยายามหยุดยิงที่เกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง แทบไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายใด


แม้กองทัพซูดานและอาร์เอสเอฟ “เห็นชอบในหลักการ” ร่วมกับซูดานใต้ การหยุดยิงครั้งใหม่เป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 4-11 พ.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงมีความกังวล ว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายจะสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้มากน้อยเพียงใด


นายมาร์ติน กริฟฟิธส์ ผู้ช่วยด้านกิจการมนุษยธรรมของเลขาธิการยูเอ็น ลงพื้นที่ซูดาน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรียกร้อง “การรับประกันความปลอดภัยระดับสูงสุด” จากทหารทั้งสองฝ่าย ให้แก่การมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นและหน่วยงานแห่งอื่น หลังเกิดเหตุปล้นสะดมขบวนรถของโครงการอาหารโลก ( ดับเบิลยูเอฟพี ) ในภูมิภาคดาร์ฟูร์.

เครดิตภาพ : AFP