หลังจากที่ เซบาสเตียน ซาเว โคตรปอดเหล็กชาวเคนยา สร้างประวัติศาสตร์เป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถพิชิตมาราธอนได้ด้วยเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง หลังผงาดคว้าแชมป์ ลอนดอน มาราธอน 2026 มาครองได้ด้วยเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 59 นาที 30 วินาที คำถามที่ตามมาแทบจะทันทีก็คือ ซาเว สวมรองเท้าอะไรในการวิ่งมาราธอน “ซับ 2” ได้เป็นคนแรกของโลก

คำตอบก็คือ ปอดเหล็กวัย 30 ปี และรองแชมป์อย่าง โยมีฟ เคเจลชา นักวิ่งจากเอธิโอเปีย ที่เข้าเส้นชัยด้วยเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมงเช่นกัน (1 ชั่วโมง 59 นาที 41 วินาที) ต่างสวมรองเท้า Adidas Adizero Adios Pro Evo 3 ซึ่งเพิ่งวางขายอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา หรือ วันเดียวกับที่ทั้งคู่สร้างประวัติศาสตร์วิ่งมาราธอนซับ 2 พอดี

Adidas Adizero Adios Pro Evo 3 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทำลายทุกสถิติให้ราบคาบ โดยมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากรองเท้าวิ่งรุ่นก่อนเพราะนี่คือรองเท้าวิ่งที่มีน้ำหนักเบาที่สุด และทำความเร็วได้ดีที่สุดของ Adidas
Adidas Adizero Adios Pro Evo 3 มีน้ำหนักเพียง 97.27 กรัม หรือ ไม่ถึงหนึ่งขีดด้วยซ้ำ โดยตัวรองเท้าเป็นโฟม Lightstrike Pro Evo เจเนอเรชันใหม่ ที่พัฒนาให้เบา และตอบสนองได้ดีที่สุดเท่าที่ Adidas เคยมีมา ด้วยน้ำหนักที่ลดลงเกือบ 50% จากรุ่นก่อน ผสานความหนาของพื้น 39 มม. ช่วยรองรับแรงกระแทก มอบแรงส่ง และคืนพลังงานสูงสุดในทุกก้าวของการวิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี เทคโนโลยี ENERGYRIM การออกแบบโครงสร้างของวัสดุคาร์บอนที่ปรับรูปแบบให้เข้ากับโฟม Lightstrike Pro Evo ได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถรองรับโฟมใต้ฝ่าเท้าได้ในปริมาณสูงสุด โดยยังคงความแข็งแรงและรักษาความมั่นคงในทุกจังหวะการวิ่ง ซึ่งการทำงานร่วมกันของโฟมและวัสดุคาร์บอนในรูปแบบนี้ได้ยกระดับการคืนพลังงาน แรงส่ง และประสิทธิภาพโดยรวมของรองเท้า Supershoes ขึ้นไปอีกขั้น

ขณะที่ ตัวรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาและมีการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบของใบเรือในกีฬา kitesurfing ช่วยมอบสัมผัสที่บางเบาราวกับไร้น้ำหนักและซัพพอร์ตเท้าได้ทุกจุดอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ยังมีเชือกรองเท้าและการเย็บต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาอย่างละเอียด เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้

ส่วน พื้นรองเท้าชั้นนอกถูกออกแบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการจัดวางรูปแบบของยาง Continental™ ที่บริเวณปลายเท้า เพื่อเสริมคุณสมบัติการยึดเกาะในขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง โดยไม่เพิ่มน้ำหนักของรองเท้ามากจนเกินไป

นอกจากนี้ การออกแบบก็มีการพัฒนามาจาก Adizero Adios Pro Evo 2 รองเท้าวิ่งรุ่นก่อนซึ่งสามารถสร้างสถิติมาหลายครั้ง โดยเน้นที่สีขาวแบบมินิมอล ตัดด้วยแถบสามเส้นสีดำ และพื้นส้นรองเท้าที่เผยให้เห็นวัสดุคล้ายกระจก เผยให้เห็นถึงเทคโนโลยี Energy Rim ได้อย่างชัดเจน

อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านคงอยากทราบค่าตัวของเจ้า Adidas Adizero Adios Pro Evo 3 กันแล้ว ก็ต้องบอกว่า แรงไม่แพ้ฝีเท้าของ ซาเว่ เลยทีเดียว โดยวางขายในไทยด้วยราคา 20,000 บาทถ้วน แต่ใครอยากจับจองเป็นเจ้าของต้องรีบหน่อยเพราะเขามีวางจำหน่ายในจำนวนจำกัดนะจ๊ะ.

ภาพ AFP, Adidas


