ทุกวันนี้ “อาชญกรรมทางออนไลน์” มีการพัฒนารูปแบบเพื่อใช้หลอกลวงคนอย่างต่อเนื่อง!! และเมื่อคนเริ่มตระหนักและรู้ทันก็พยายามเปลี่ยนวีธี “หามุก” และ “กลลวงใหม่ๆ” มาหลอกเหยื่อให้ “หลงกล” เสียทรัพย์สินเงินทองแทบหมดตัว!!

อย่างล่าสุดได้เกิด กรณี “มิจฉาชีพ” ได้ส่ง “ข้อความสั้น” หรือ เอสเอ็มเอส (SMS) ปลอม อ้างว่าเป็น เอสเอ็มเอสของธนาคารพาณิชย์ ไปยังประชาชน หวังหลอกให้เหยื่อเข้าใจผิด คิดว่าเป็นของจริง หลงกดลิงก์ หรือแอดไลน์ แล้วจะถูกหลอกโอนเงิน!!

ซึ่งก็ได้มีผู้ที่ได้ SMS ปลอม จากธนาคาร รายหนึ่งที่ถูกกลวิธีนี้ ก็ออกมาโพสต์โซเชียล เตือนภัยจนเป็นกระแสบนโลกโซเชียล!!

ซึ่งการส่ง เอสเอ็มเอส ปลอมดังกล่าว ใช้วิธีส่งโดยไม่ผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอปเรเตอร์) ด้วยวิธี False Base Station (FBS) หรือ เอฟบีเอส

มิจฉาชีพมีวีธีการอย่างไร?? วันนี้ ทาง ”เดลินิวส์” จะพามาทำความรู้จักกันว่า False Base Station (FBS) คืออะไร ทำไมถึงส่ง เอสเอ็มเอส ปลอม เข้าเครื่องของเราได้?

พล.อ.ต.อมร ชมเชย

ซึ่งทาง พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (สกมช.) อธิบายว่า ปัจจุบันได้มีมิจฉาชีพพยายามส่ง เอสเอ็มเอสปลอม ไปยังประชาชน โดยสามารถปลอม หรือกำหนดชื่อองค์กร หรือหน่วยงานที่ส่งได้ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นในไทย เป็นการปลอม เอสเอ็มเอส ของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง วีธีการนี้ เรียกว่า False Base Station (FBS) หรือ IMSI Catcher วิธีการนี้ทางมิจฉาชีพจะใช้อุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นกล่องมีขนาดไม่ใหญ่ สามารถนำเคลื่อนที่ เคลื่อนย้ายได้ง่าย วิธีการใช้งาน คือ นำมาเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ แล้วเครื่องนี้ จำลองเป็นเสมือนเครือข่ายหนึ่ง

ตัวอย่างอุปกรณ์

เมื่อเหยื่อเข้ามาอยู่ในรัศมีใกล้ๆ ที่เอุปกรณ์นี้ส่งสัญญาณถึง อุปกรณนี้จะดึงให้มือถือของเหยื่อมาเกาะสัญญาณจาก False Base Station แทนเครือข่ายของผู้ให้บริการมือถือ จากนั้นมิจฉาชีพก็จะส่งเอสเอ็มเอสปลอมไปยังเป้าหมาย ที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามือถือของตนเองได้หลุดจากเครือข่ายไปแล้ว และเอสเอ็มเอสที่ส่งเข้ามาในมือถือ ก็จะไปอยู่ในข้อความของจริง ไม่ได้เป็นเอสเอ็มเอสขยะ ทำให้ผู้ที่ได้รับหลงเชื่อ เมื่อมีชื่อเหมือนของจริง เมื่อหลงคลิก ก็จะตกเป็นเหยื่อ!!

ตัวอย่าง SMS ปลอมที่ส่งเข้ามาในเครื่องมือถือ

“การส่ง เอสเอ็มเอสปลอม ด้วย FBS เริ่มเข้ามาแพร่ระบาดในไทยเมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ได้รับเอสเอ็มเอสปลอมแบบนี้แล้ว ประมาณ 40-50 ราย แต่เทคโนโลยีนี้มีการใช้มากว่าสิบปีแล้วในต่างประเทศ โดย เอฟบีไอ ซึ่งใช้ในการดักฟัง และดักสัญญาณเอสเอ็มเอส ของกลุ่มผู้ก่อการร้าย และกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด แต่ในเครือข่าย 2 จี ซึ่งการสั่งซื้อใช้งาน จะเป็นระหว่างหน่วยงานรัฐต่อรัฐเท่านั้น แต่เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนา ปัจจุบันเครื่องนี้ไม่สามารถใช้ดักฟังได้ ใช้ได้เฉพาะการดัก หรือส่งเอสเอ็มเอสเพราะเทคโนโลยีมือถือในปัจจุบันได้เปลี่ยนไประบบ 4 จี และ 5 จีแล้ว หากต้องการดักฟังระบบต้องถูกลดเครือข่ายเหลือ 2 จี แต่ก็เหลือน้อยประเทศมากที่ยังใช้ 2 จีอยู่”

วีธีการนี้ จึงถูกมิจฉาชีพนำมาใช้ในการหลอกหลวงเหยื่อก่อปัญหาอาชญากรรม!!

ตัวอย่างอุปกรณ์ต่อคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งาน

โดยมีคนจีนทำเครื่องนี้และประกาศขายผ่านเฟซบุ๊กไปทั่วโลกแต่ไม่บอกราคาใครสนใจให้ติดต่อไปคุยรายละเอียด ซึ่งในประเทศไทยเครื่องนี้ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะการส่งสัญญาณ หรือใช่คลื่นความถี่ ต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. แต่การจับกุมก็เป็นไปได้ยาก เพราะอุปกรณ์นี้เหมือนอุปกรณ์พกพา เคลื่อนที่ได้ง่าย จึงมีการลักลอบใช้งานได้ง่าย

“กลโกงและเทคนิค FBS ของมิจฉาชีพแบบนี้ เคยระบาดอย่างมากที่จีนเมื่อปี 57 ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลจีนได้กวาดล้าง จนมีการจับตัวมิจฉาชีพ ที่ใช้เครื่องนี้ดำเนินคดีได้กว่า 1,500 คน และมีผู้ต้องสงสัยที่ถูกสอบสวนกว่า 3,500 คน” ผู้บริหาร สกมช. ระบุ

สำหรับวิธีการแก้ปัญหาป้องกันประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อนั้น ทางผู้บริหาร สกมช. บอกว่า การตรวจสอบของโอปเรเตอร์ ก็ถือว่าทำได้อยาก เพราะการที่มือถือหลุดจากเครือข่ายของของโอปเรเตอร์ อาจเป็นการที่มือถืออาจจะสวิตชิ่ง หรือสลับไปเกาะเสาสัญญาณอีกต้นก็ได้ ช่วงเวลาที่หลุดไป ก็ไม่สามารถตรวจสอบ ได้ว่าไปเกาะสัญญาณของเครื่อง FBS นี้หรือไม่ หรือ เจ้าของอาจปิดมือถือเองก็ได้ และปกติมือถือก็จะมีการสลับเปลี่ยนไปเกาะเสาสัญญาณที่เครือข่ายแรงหรืออยู่ใกล้เป็นปกติอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงาน กสทช. โอปเรเตอร์  สำนักงาน กสทช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย ได้มีการประชุม ร่วมกันเมื่อวันที่ 3 พ. ค. ที่ผ่านมา เพื่อหาทางป้องกันและแก้ปัญหานี้ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อติดตามและทำงานร่วมกันในการแก้ปัญหานี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ

ขณะที่ในมุมของภาคธนาคาร นั้น ทาง “ยศ กิมสวัสดิ์” ประธานสำนักระบบการชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย ก็ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ 2-3 แห่ง ที่โดนเอสเอ็มเอสปลอมชื่อของธนาคาร โดยมิจฉาชีพที่ใช้วิธี FBS ซึ่งขณะนี้ทางภาคธนาคารไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการหารือเพื่อป้องกันปัญหานี้กับทาง สำนักงาน กสทช. โอปเรเตอร์ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทาง กสทช. จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ คงต้องรอรายละเอียดว่าจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง ซึ่งการใช้เครื่อง FBS ถือว่าผิดกฎหมาย

“ขอเตือนประชาชนว่า ปัจจุบันธนาคารทุกแห่งได้ยกเลิกการส่งเอสเอ็มเอสที่แนบลิงก์ไปให้กับลูกค้าแล้ว ซึ่งหากทางลูกค้าธนาคาร ที่ได้รับเอสเอ็มเอสแนบลิงก์ ขอให้สงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ อย่าคลิก และให้ตรวจสอบกับทางธนาคารก่อนในทุกกรณี”

แม้จะไม่ใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่มิจฉาชีพมีการนำมาใช้หลอกลวง ก่อปัญหาอาชญากรรม และเริ่มมีการนำเข้ามาใช้หลอกคนไทย ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าหวง!!

อย่างที่บอกเมื่อวิธีการหลอกลวงเก่าๆ ไม่ได้ผล หรือคนเริ่มรู้ทัน มิจฉาชีพก็จะพยายามหาวิธีการใหม่ๆ มาหลอกอย่างต่อเนื่อง การรู้เท่าทันวีธีการใหม่ๆ จึงจะเป็นเกราะป้องกันตัวเราได้ดีที่สุด!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์