สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่า ลิงกต์อิน ซึ่งมีพนักงาน 20,000 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ละไตรมาสในช่วงปีที่แล้ว ทว่าบริษัทกลับดำเนินการตามบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ รวมถึงบริษัทแม่อย่างไมโครซอฟท์ ในการปลดพนักงานจำนวนมาก ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ
นายไรอัน โรสแลนสกี ผู้บริหารสูงสุดของลิงกต์อิน ระบุในจดหมายถึงพนักงานว่า ความเคลื่อนไหวในการปรับลดตำแหน่งด้านการขาย, การดำเนินงาน และทีมสนับสนุน มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัท และจะลดขั้นตอน เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
LinkedIn cuts 716 jobs as it phases out its China app https://t.co/KtIIKgGmSK by @catherineshu
— TechCrunch (@TechCrunch) May 9, 2023
“เนื่องจากตลาดและความต้องการของลูกค้าผันผวนมากขึ้น และเพื่อรองรับตลาดเกิดใหม่ และตลาดที่กำลังเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงขยายการใช้งานของผู้ค้า” โรแลนสกี กล่าวเพิ่มเติมในจดหมายว่า การเปลี่ยนแปลงข้างต้นจะสร้างงานใหม่ 250 ตำแหน่ง และพนักงานที่ถูกปลด จะมีสิทธิสมัครทำงานในตำแหน่งดังกล่าวเช่นกัน
นอกจากนี้ ลิงกต์อิน ระบุเสริมว่า กำลังยกเลิกแอปพลิเคชันงานที่ให้บริการในจีน หลังบริษัทประกาศถอนกิจการส่วนใหญ่ออกจากจีน เมื่อปี 2564 โดยอ้างถึง “สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย” ขณะที่แอปพลิเคชันจีนที่เหลืออยู่ ซึ่งเรียกว่า “อินแคเรียส์” (InCareers) จะถูกปิดการใช้งานภายในวันที่ 9 ส.ค. นี้
อย่างไรก็ตาม โฆษกของลิงกต์อิน กล่าวว่า ทางบริษัทจะยังเปิดกิจการในจีน เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ซึ่งดำเนินงานอยู่ที่นั่น สามารถจ้างและฝึกอบรมพนักงานนอกประเทศได้.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



