สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่า ลิงกต์อิน ซึ่งมีพนักงาน 20,000 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ละไตรมาสในช่วงปีที่แล้ว ทว่าบริษัทกลับดำเนินการตามบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ รวมถึงบริษัทแม่อย่างไมโครซอฟท์ ในการปลดพนักงานจำนวนมาก ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ

นายไรอัน โรสแลนสกี ผู้บริหารสูงสุดของลิงกต์อิน ระบุในจดหมายถึงพนักงานว่า ความเคลื่อนไหวในการปรับลดตำแหน่งด้านการขาย, การดำเนินงาน และทีมสนับสนุน มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัท และจะลดขั้นตอน เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น

“เนื่องจากตลาดและความต้องการของลูกค้าผันผวนมากขึ้น และเพื่อรองรับตลาดเกิดใหม่ และตลาดที่กำลังเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงขยายการใช้งานของผู้ค้า” โรแลนสกี กล่าวเพิ่มเติมในจดหมายว่า การเปลี่ยนแปลงข้างต้นจะสร้างงานใหม่ 250 ตำแหน่ง และพนักงานที่ถูกปลด จะมีสิทธิสมัครทำงานในตำแหน่งดังกล่าวเช่นกัน

นอกจากนี้ ลิงกต์อิน ระบุเสริมว่า กำลังยกเลิกแอปพลิเคชันงานที่ให้บริการในจีน หลังบริษัทประกาศถอนกิจการส่วนใหญ่ออกจากจีน เมื่อปี 2564 โดยอ้างถึง “สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย” ขณะที่แอปพลิเคชันจีนที่เหลืออยู่ ซึ่งเรียกว่า “อินแคเรียส์” (InCareers) จะถูกปิดการใช้งานภายในวันที่ 9 ส.ค. นี้

อย่างไรก็ตาม โฆษกของลิงกต์อิน กล่าวว่า ทางบริษัทจะยังเปิดกิจการในจีน เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ซึ่งดำเนินงานอยู่ที่นั่น สามารถจ้างและฝึกอบรมพนักงานนอกประเทศได้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES