สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ว่า นางสาวสวี จ้าวจ้าว หรือ เทเรซา สวี ฟ้องร้องโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง เมื่อเดือน ธ.ค. 2562 หลังทางโรงพยาบาลปฏิเสธการแช่แข็งไข่ ทว่าศาลในกรุงปักกิ่งยกฟ้องคดีดังกล่าวเมื่อเดือน ก.ค. 2565

คดีของเธออยู่ในความสนใจอย่างกว้างขวางในจีน ซึ่งสิทธิสตรีกลายเป็นประเด็นที่เด่นชัดยิ่งขึ้น และอัตราการเกิดที่ลดลงยังสร้างความกังวลอย่างมากด้วยเช่นกัน

“ฉันหวังว่าผู้คนจะรับรู้ถึงความจริงที่ว่า มันมีความหลากหลายในกลุ่มผู้หญิงโสด” สวี กล่าวต่อศาลในกรุงปักกิ่ง ในการพิจารณาคดีอุทธรณ์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา “พวกเธอมีสิทธิที่จะมีอิสระในการสืบพันธุ์ และตัดสินใจเกี่ยวกับร่างการของตนเองได้”

นับตั้งแต่สวีแพ้คดีความเมื่อปีที่แล้ว มันมีหลายสิ่งเปลี่ยนไป ทั้งเรื่องที่จีนสามารถบันทึกจำนวนประชากร ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ท่ามกลางอัตราการเจริญพันธุ์ที่ต่ำมาก ซึ่งอยู่ที่สัดส่วนเด็ก 1.15 คน ต่อผู้หญิง 1 คน และการที่รัฐบาลปักกิ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้นในปัจจุบัน

สวี กล่าวว่า การอุทธรณ์ครั้งนี้ ทำให้เธอ “มีความหวัง” ในการพิจารณาเรื่องสิทธิสตรีมากขึ้น แม้สวีจะยอมรับว่า พวกเธอไม่มีโอกาสชนะมากนัก เนื่องจากคดีนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อสังคม แต่มันส่งผลให้เกิดการถกเถียงในสาธารณชน และทำให้ผู้หญิงโสดสามารถพูดอย่างเปิดเผยได้

ทั้งนี้ ผู้หญิงทั่วโลกเลือกที่จะแช่แข็งไข่ของตัวเอง เพื่อเพิ่มโอกาสของการมีบุตรในภายหลัง เช่นเดียวกับจีน ซึ่งการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้ผู้หญิงชาวจีนเข้าสู่ตลาดงานมากขึ้น ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้หญิงหลายคนเลือกที่จะแต่งงานทีหลัง.

เครดิตภาพ : AFP