สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า สหรัฐและซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ร่วมกันว่่ กองทัพซูดานและกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ( อาร์เอสเอฟ ) เห็นชอบการหยุดยิงครั้งใหม่เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน เริ่มช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ 22 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น


การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ หลังทหารทั้งสองฝ่ายส่งคณะผู้แทนเยือนเมืองเจดดาห์ เพื่อหารือกับรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย โดยมีการลงนามร่วมกันในข้อตกลง เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า ด้วยการเคารพในหลักการพื้นฐานด้านมนุษยธรรม และเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือจากภายนอก แต่ตอนนั้นยังไม่ระบุเกี่ยวกับ การหยุดยิง


ทั้งนี้ ชนวนเหตุของการสู้รบระหว่างกองทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟ ซึ่งเคยร่วมกันทำรัฐประหาร ล้มประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เมื่อปี 2562 เกิดขึ้นจากการที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ เพื่อปฏิรูปภาคความมั่นคงของประเทศ ตามกรอบแผนยุทธศาสตร์เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งกำหนดการปัจจุบันคือ “ภายในเดือน ก.ค. 2566” ว่า ฝ่ายใดควรผนวกรวมกับฝ่ายใด ในการจัดตั้ง “กองทัพแห่งชาติ” และแน่นอนว่า ต่างฝ่ายต่างหวั่นเกรงการสูญเสียอำนาจและอิทธิพล


อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การสู้รบปะทุเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา จนคร่าชีวิตประชาชนแล้วมากกว่า 1,000 ราย มีการประกาศหยุดยิงมาแล้วหลายครั้ง แต่แทบไม่ประสบความสำเร็จ

ขณะเดียวกัน มีการวิเคราะห์ด้วยว่า สถานการณ์อาจตึงเครียดขึ้นอีก เมื่อ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประธานสภาอธิปไตย แต่งตั้งนายมาลิก อการ์ ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาอธิปไตย เท่ากับเป็นการปลด พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดาโกล หรือ “เฮเมดติ” ผู้บัญชาการอาร์เอสเอฟ ออกจากตำแหน่งนี้.

เครดิตภาพ : AFP