นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ได้ประกาศเข้าลงทุนครั้งใหญ่ มูลค่า 20 ล้านบาท ใน บริษัท วิสัย เอไอ จำกัด หรือ VISAI (วิสัย) ดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทยผู้ ให้บริการด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอครบวงจรสำหรับภาคธุรกิจ โดยความร่วมมือระหว่าง ดีป้า และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เพื่อผลักดันสู่การเป็นดิจิทัลสตาร์ทอัพระดับ พรี-ซีรีส์เอ ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ อีกครั้งหนึ่งของ ดีป้า ภายหลังร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนเข้าลงทุนใน บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ โกลบิช เมื่อเดือน ส.ค. ปีก่อน
“ปัจจุบันปริมาณความต้องการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทย มีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องไปกับแนวทางการดำเนินงานของ วิสัย และประเทศไทย ยังขาดแคลนเทคโนโลยีขั้นสูง หรือ ดีฟ เทคโนโลยี ที่เกิดจากการพัฒนาโดยฝีมือคนไทย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ให้กับภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ”

นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ดีป้า ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาชุดข้อมูล รวมถึงกำลังคนดิจิทัลของประเทศ รองรับปริมาณความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการนวัตกรรมดิจิทัล นอกจากนี้ยังส่งเสริมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง โดยมุ่งเน้นที่ภาคธุรกิจ ซึ่งการเข้าลงทุนใน วิสัย ครั้งนี้ คาดหวังให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์มบริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์คุณภาพขั้นสูงที่พร้อมใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ได้มากขึ้น ลดปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับสากล
ด้าน นายสรณะ นุชอนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิสัย เอไอ จำกัด กล่าวว่า ได้เริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 62 ในฐานะสถาบันวิจัยเทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ ให้บริการดิจิทัลโซลูชันด้านการเชื่อมโยง เอไอ ในรูปแบบของแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งนอกเหนือจาก ดีป้า แล้ว ยังได้รับการสนับสนุนจาก เอสซีบี เท็นเอกซ์ ด้วย โดยงบประมาณการลงทุนจากทั้ง 2 หน่วยงาน คิดเป็นมูลค่ารวม 40 ล้านบาท

“จากการทำงานร่วมกับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่า แม้ วิสัย จะสามารถผลิต AI Model คุณภาพสูงได้ แต่ถ้าภาคธุรกิจยังขาดแคลนบุคลากรอย่าง Data Scientist ในการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้งาน หรือพัฒนาในระดับแอปพลิเคชันได้ เทคโนโลยีดังกล่าวก็จะยังไม่สามารถเข้าถึงคนไทยจำนวนมาก ดังนั้น จึงพยายามทำให้ค่าใช้จ่ายในการนำ AI Model มาใช้ต่ำลง ผ่านการใช้งาน AI Cloud Platform บริการเทคโนโลยีโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้งานผ่านระบบคลาวด์ได้ทันที ซึ่งนักพัฒนาหรือวิศวกรในภาคธุรกิจ จะสามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเอง” นายสรณะ กล่าว



