สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยืนยันบทลงโทษ เจ้าหน้าที่ทีมของทีมชาติไทย และนักเตะ จากเกมรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชา ในคู่ ไทย พบ อินโดนีเซีย ที่วิวาท ตะลุมบอนกันเละ โดยสตาฟฟ์โค้ช กับ เจ้าหน้าที่ รวม 3 คน โดนแบน 1 ปี ส่วน 2 นักเตะ โดนแบน 6 เดือน

โทษดังกล่าว ตามที่ คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เป็นประธาน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนสอบสวน ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. เสร็จสิ้น 22 พ.ค. 66 คณะกรรมการฯ มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ดังนี้ ในส่วน นายประสบโชค โชคเหมาะ ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู, นายมายีด หมัดอะด้ำ กับ นายภัทราวุธ วงษ์ศรีเผือก เจ้าหน้าที่ทีม ซึ่งนอกจากทำหน้าที่ที่รับผิดชอบแล้ว ด้วยความรู้ ประสบการณ์ วัยวุฒิ คุณวุฒิ และวุฒิภาวะ ต้องมีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแลพฤติกรรมความประพฤติของนักกีฬาฟุตบอลด้วย โดยเฉพาะทีมชุดนี้ รุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี ซึ่งถือว่ายังเยาว์วัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี ตักเตือนสั่งสอนอบรมนักกีฬาที่ประพฤติปฏิบัติไม่ถูกต้อง หรือมีพฤติการณ์ที่ส่อว่าจะประพฤติปฏิบัติไม่ถูกต้อง หาใช่เป็นผู้นำในการกระทำผิด หรือเข้าร่วมในการกระทำผิดเสียเองเช่นกรณีนี้ จึงไม่มีเหตุอันควรปรานี

อาศัยอำนาจตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยจรรยา สำหรับนักกีฬาอาชีพ และบุคลากรกีฬาอาชีพ ในความดูแลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 1) พ.ศ. 2565 หมวด 1 จรรยาของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ ข้อ 3 (4) และ (11) หมวด 2 กลไกและระบบการบังคับใช้จรรยา ข้อ 7 ประกอบกับ หมวด 3 บทกำหนดโทษ ข้อ 10.9 เห็นควรลงโทษ “พักการปฏิบัติหน้าที่ในนามทีมชาติไทยทุกชุด เป็นเวลา 1 ปี”

ส่วน 2 นักเตะ นายโสภณวิชญ์ รักญาติ ผู้รักษาประตู วัย 22 ปี และธีรภักดิ์ เปรื่องนา วัย 21 ปี ผู้เล่นสำรองทีมชาติไทยหมายเลข 18 ที่ร่วมกระทำผิดด้วยนั้น นอกจากจะตกอยู่ในสภาวะกดดันด้านจิตใจ ด้วยเหตุมุ่งไปที่ผลการแข่งขัน และมีเหตุการณ์ยั่วยุกันไปมาจนทำให้เกิดความรุนแรง ภายหลังเกิดเหตุรู้สำนึก ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ ประกอบกับทั้ง 2 คนยังอยู่ในช่วงเยาว์วัย จึงมีเหตุอันควรปรานี

อาศัยอำนาจตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยจรรยา สำหรับนักกีฬาอาชีพ และบุคลากรกีฬาอาชีพ ในความดูแลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 1) พ.ศ. 2565 หมวด 1 จรรยาของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ ข้อ 3 (4) และ (11) หมวด 2 กลไกและระบบการบังคับใช้จรรยา ข้อ 7 ประกอบกับ หมวด 3 บทกำหนดโทษ ข้อ 10.8 เห็นควรลงโทษ “พักการปฏิบัติหน้าที่ (เข้าร่วมแข่งขัน) ในนามทีมชาติไทยทุกชุด เป็นเวลา 6 เดือน”