เมื่อวันที่ 26 พ.ค. บริษัท แอร์บัส ได้เชิญผู้บริหารสายการบิน และผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงอุตสาหกรรมการบินของไทย ตลอดจนสื่อมวลชน เข้าร่วมเดินทางบนเที่ยวบินสาธิตของเครื่องบิน “แอร์บัส เอ220-300” ซึ่งเป็นเครื่องบินขนส่งผู้โดยสารรุ่นใหม่ล่าสุด ในเส้นทาง ท่าอากาศยานดอนเมือง-ท่าอากาศยานสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่แอร์บัส ได้เลือกมาทำการบิน เพื่อแสดงสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพระดับแนวหน้าของเครื่องบิน เอ220 ที่ผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายระหว่างเที่ยวบินที่ครบครันและเหนือระดับมากกว่าเดิม

นายเรย์มอนด์ มานูเกียน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเครื่องบินทางเดินเดี่ยว แอร์บัส กล่าวว่า “แอร์บัส เอ220” เป็นเครื่องบินแบบทางเดินเดี่ยว มี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น-100 รองรับผู้โดยสารได้ 100-130 ที่นั่ง และรุ่น-300 มีขนาดใหญ่กว่า รองรับผู้โดยสารได้ 130-160 ที่นั่ง ทั้งนี้ เครื่องบิน เอ220 ออกแบบจากข้อเสนอแนะของสายการบินต่างๆ ว่า ควรปรับปรุงเพิ่มเติมจากรุ่นเดิมอย่างไร เพื่อต้องการให้เครื่องบินรุ่นนี้ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้โดยสารและมีประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับแอร์บัส เอ220 จะทำให้ผู้โดยสารรู้สึกว่าโอ่อ่าขึ้น 

โดยความพิเศษอยู่ที่ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ ทางเดินกว้างขึ้น มีหน้าต่างที่กว้างที่สุด ที่เก็บสัมภาระที่กว้างขึ้น และเก้าอี้โดยสารที่มีขนาดกว้างที่สุดในบรรดาเครื่องบินประเภททางเดินเดี่ยว มีจอแสดงข้อมูลการเดินทางทุกแถวที่นั่ง รวมทั้งยังใช้เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดในการออกแบบ ทำให้ประหยัดต้นทุนมากขึ้นกว่ารุ่นเดิมๆ ประมาณ 20%

ทั้งนี้ ในส่วนของขนาดเก้าอี้นั้น ได้ปรับขนาดเก้าอี้ตัวกลางแถวให้มีความกว้าง 19 นิ้ว มากกว่าตัวที่ขนาบข้างที่มีขนาดมาตรฐาน 18.5 นิ้ว เพื่อให้คนที่นั่งตรงกลางแถวไม่รู้สึกอึดอัด นอกจากนี้ยังสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้ดีขึ้นด้วยแสงไฟที่สามารถปรับได้หลากสี รวมถึงยังมีแสงจากธรรมชาติผ่านหน้าต่างที่มีขนาดกว้างขึ้นกว่าปกติด้วย ขณะเดียวกันเครื่องบินรุ่นนี้ ยังช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง และปล่อยคาร์บอนลง 25% เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินรุ่นก่อนหน้าที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ถือว่าช่วยสนับสนุนเป้าหมายของอุตสาหกรรม เพื่อลดผลกระทบของการบินต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี

นายเรย์มอนด์ กล่าวต่อว่า การมาสาธิตเครื่องบินรุ่นดังกล่าว เป็นการเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเป็นเครื่องบินทดสอบ แต่ครั้งนี้เครื่องบินที่เข้าร่วมเที่ยวบินสาธิต เป็นเครื่องบินแอร์บัส เอ 220-300 ที่แอร์บัสเช่าจากแอร์บอลติก (airBaltic) ของประเทศลัตเวีย เป็นเครื่องบินโดยสารชั้นเดียว มีที่นั่งโดยสาร 148 ที่นั่ง พิสัยการบินที่ไกลสูงสุดถึง 3,450 ไมล์ทะเล (หรือ 6,400 กิโลเมตร) สามารถบินได้โดยไม่ต้องแวะพัก ทำการบินได้สูงสุดกว่า8 ชั่วโมง 

ด้วยประสิทธิภาพดังกล่าว จึงทำให้เครื่องบินรุ่นนี้ สามารถให้บริการบินบนเส้นทางภายในประเทศครอบคลุมทุกเส้นทางในไทย ตลอดจนเส้นทางบินระดับภูมิภาคไปยังจุดหมายปลายทางที่ไกลออกไป เช่น ดาร์วินและเพิร์ท ในออสเตรเลีย ดูไบ และอาบูดาบี รวมถึงโตเกียว ญี่ปุ่น และโซล เกาหลีใต้ อย่างไรก็ตามขณะนี้เครื่องบินเอ200-300 ถูกนำไปให้บริการเที่ยวบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแล้ว โดยสายการบินโคเรียนแอร์ (Korean Air) ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศแล้ว 10 ลำ และสายการบินแควนตัส (Qantas) ของออสเตรเลีย เตรียมรับมอบเครื่องบิน เอ220 ลำแรกจากคำสั่งซื้อทั้งหมด 20 ลำ ถือเป็นผู้ให้บริการรายที่สองในภูมิภาคนี้ที่ใช้เครื่องบินรุ่นนี้ 

นายเรย์มอนด์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปี 62 ที่แอร์บัสได้เริ่มแนะนำเครื่องบินรุ่นดังกล่าว ได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินเอ220 แล้ว 785 ลำ และทำการส่งมอบเครื่องบินไปแล้ว 262 ลำ โดยทำการบินแล้วกว่า 1,000 เส้นทางบิน 375 จุดหมาย ปลายทาง 8 แสนเที่ยวบิน และ 1.35 ล้านชั่วโมงบิน ส่วนที่เหลือ 523 ลำ กำลังทยอยส่งมอบ ขณะที่ในส่วนของประเทศไทย เริ่มมีการเจรจากับผู้ประกอบการสายการบินต่างๆ ในไทยที่แสดงความสนใจแล้ว ส่วนเป็นสายการบินใดนั้น และจะมาทำการบินในไทยเมื่อใด ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ แอร์บัส เอ220 มีส่วนแบ่งการตลาดของเครื่องบินประเภทเดียวกันอยู่ที่ประมาณ 60% เป็นผู้นำตลาดทางเดินเดี่ยวที่หาใครเทียบไม่ได้ 

ทั้งนี้ แอร์บัสมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับสายการบินในประเทศไทย โดยมีเครื่องบินแอร์บัสมากกว่า 120 ลำ ที่บินในประเทศ เครื่องบินตระกูล เอ320 ดำเนินการโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชีย และไทยสมายล์ขณะที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ให้บริการบินด้วยเครื่องบินตระกูล เอ330 และการบินไทย ให้บริการบินด้วยเครื่องบินตระกูล เอ330 และ เอ350 บนเส้นทางบินระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ.