สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ว่า คณะกรรมการประชาชนจังหวัดเคียนเกียง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เผยแพร่รายงานว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น เพิ่มความวิตกกังวลว่า พื้นที่แห่งนี้อาจเผชิญภัยกับแล้ง หรือการรุกล้ำของน้ำเค็ม


ปัจจุบัน จังหวัดเคียนเกียง เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นในปีนี้ โดยมีการตรวจสอบแหล่งน้ำจืด ประตูระบายน้ำ และเขื่อน เพื่อป้องกันการรั่วไหล และการรุกล้ำของน้ำเค็ม


ขณะที่ หน่วยงานการเกษตรท้องถิ่นให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บรรดาเกษตรกรต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลในการก่อสร้างระบบเขื่อนล้อมรอบพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด และป้องกันน้ำเค็มรั่วไหลเข้าคูคลองจนส่งผลกระทบต่อพืชผล


จังหวัดเคียนเกียง ได้ก่อสร้างหรือปรับปรุงเขื่อนชั่วคราวเพื่อป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม จำนวน 40 แห่ง และจัดสรรน้ำเพื่อการปลูกข้าวฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ 281,000 เฮกตาร์ ( ราว 1.75 ล้านไร่ ) รวมถึงการใช้ในครัวเรือน


ขณะเดียวกัน ผลการประเมินภัยแล้งและการรุกล้ำของน้ำเค็มจะถูกจัดส่งสู่คณะผู้นำระดับจังหวัด เพื่อเตรียมมาตรการป้องกัน พร้อมเพิ่มความตระหนักรู้ภาวะดินเค็มของเกษตรกร เพื่อป้องกันการทำลายพืชผลอย่างไม่ตั้งใจด้วยการรดน้ำเค็ม


อนึ่ง กระทรวงเกษตรของเวียดนามระบุว่า ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนามครองสัดส่วนร้อยละ 50 ของการผลิตข้าวและผลไม้ของประเทศ ร้อยละ 90 ของการส่งออกข้าว และร้อยละ 60 ของการส่งออกกุ้งและปลา


ด้าน ศูนย์พยากรณ์อุทกวิทยาแห่งชาติเวียดนามรายงานว่า สภาพอากาศจากปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มก่อตัวในเวียดนามในช่วงครึ่งหลังของฤดูร้อนปีนี้ และมีโอกาสร้อยละ 70-80 ที่สภาพอากาศดังกล่าวจะคงอยู่จนถึงปี 2567


ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมักส่งผลให้ฝนตกน้อยลง ทำให้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั่วเวียดนามอาจลดลงร้อยละ 25-50.

ข้อมูล : XINHUA

ภาพ : GETTY IMAGES