สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ว่า ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ( อาร์เซ็ป ) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในฟิลิปปินส์ เมื่อวันศุกร์ โดยเป็นประเทศสุดท้ายที่กรอบความร่วมมือการค้าดังกล่าวมีผลครอบคลุม
เนื่องจากทั้งนี้ สภาคองเกรสของฟิลิปปินส์ให้สัตยาบันต่ออาร์เซ็ป เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ทว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องใช้เวลานาน กว่าจะสามารถหาทางประนีประนอมระหว่างกลุ่มนายทุนกับเกษตรกรภายในประเทศ จนกระทั่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ยื่นเอกสารการให้สัตยาบันต่อ นายเก้า กึม ฮอน เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อให้ข้อตกลงมีผลภายในระยะเวลา 60 วัน
We welcome the Philippines to the RCEP whanau today! ???????????????????? You can check out the latest market report on the Philippines economy bouncing back quickly ➡️ https://t.co/Ig6yeK5iZu pic.twitter.com/KKsc614hy6
— New Zealand Ministry of Foreign Affairs & Trade (@MFATNZ) June 2, 2023
ปัจจุบัน อาร์เซ็ปมีสมาชิก 15 ประเทศ ประกอบด้วย สมาชิอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และคู่เจรจาอีก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
???????????? ????????????????????????????????????????????' ???????????????????????????????????????????? ???????? ???????????? ???????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????????????? ???????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????? (????????????????) ???????????????????????????????????? ???????????????????? ???????????????????????? ????????????????????, ???????? ???????????????? ????????????????#RCEP pic.twitter.com/taR1CK9JzR
— NEDA Philippines (@NEDAhq) June 2, 2023
ทั้งนี้ อาร์เซ็ป ถือเป็นข้อตกลงการค้าเสรี ( เอฟทีเอ ) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากมูลค่าจีดีพีของสมาชิกอาร์เซ็ปมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก ด้วยมูลค่าประมาณ 29.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1,026.5 ล้านล้านบาท ) ครอบคลุมประชากร 2,200 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรโลก และยังเป็นเอฟทีเอฉบับแรกในประวัติศาสตร์ ที่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ร่วมลงนามพร้อมกันตั้งแต่ต้น
อนึ่ง อาร์เซ็ป มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 หลังสมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 6 ประเทศ และคู่เจรจาอีกอย่างน้อย 3 ประเทศ ให้สัตยตาบันครบตามระยะเวลาที่กำหนด คือภายในต้นเดือน พ.ย. 2564
อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์เช่นกันว่า เมื่อเทียบกับข้อตกลงการค้าพหุภาคีฉบับอื่น อาร์เซ็ป “ได้เปรียบในเรื่องขนาด” แต่เนื้อหายังไม่ชัดเจนมากนัก ทว่าจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับอาเซียน ตลอดจนบรรดาประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชีย ในการได้ร่วมแบ่งปันผลประโยชน์กับข้อตกลงทางการค้าที่มีมูลค่ามหาศาลขนาดนี้.
เครดิตภาพ : AFP



