เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวสถานการณ์สายพันธุ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยสรุปใจความสำคัญ คือสัปดาห์ที่ผ่านกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สุ่มตรวจ 1,500 ตัวอย่างพบภาพรวมประเทศ 93% เป็นสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) แบ่งเป็นพื้นที่ กทม. พบ 98%, ภูมิภาคพบ 90 % ส่วนสายพันธ์ุเบตา (แอฟริกาใต้) พบในพื้นที่ภาคใต้ นราธิวาส 28 ราย, ปัตตานี 2 ราย และ ยะลา 1 ราย สรุปโดยภาพรวมประเทศไทยเจอเชื้อกลายพันธุ์เฉพาะ อัลฟา, เดลตา, เบตา ซึ่งมีมีอิทธิฤทธิ์ต่างกัน เช่น เดลตา แพร่เร็วมากหลบภูมิ หลบวัคซีนนิดหน่อย ส่วนเบตา หลบภูมิสูง แต่อำนาจการแพร่เชื้อไม่สูง

สำหรับประเด็นองค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังเฝ้าจับตาเชื้อโควิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ B.1.621 หรือสายพันธุ์ “มิว” ที่พบครั้งแรกในโคลอมเบีย และ เชื้อสายพันธุ์ c.1.2 ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ นั้น นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ยังไม่พบในประเทศไทย ภาพรวมการติดเชื้อทั่วโลกไม่สูงไม่น่าวิตกแต่ต้องติดตามเนื่องจากพบกลายพันธุ์หลายตำแหน่ง แพร่เชื้อเร็ว โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ต้องรายงานผลสุ่มตรวจเข้าฐานข้อมูลกลางโควิดโลกที่ชื่อระบบ GISAID ทุก 2 สัปดาห์ตามกติกาสากล