สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่า นายฟรานซิสโก บาร์โบซา อัยการสูงสุดของโคลอมเบีย กล่าวว่า หมายจับดังกล่าวถูกเพิกถอน ตามคำขอของประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย ซึ่งพนักงานสอบสวนตรวจสอบระบบกฎหมาย และพิจารณาเห็นสมควรแล้ว เนื่องจากกระบวนการสันติภาพกำลังดำเนินอยู่
รัฐบาลโคลอมเบีย และอีแอลเอ็น ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏฝ่ายซ้ายขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโคลอมเบีย และเป็นกองกำลังติดอาวุธเพียงกลุ่มเดียว ที่ยังคงปฏิบัติการอยู่ในประเทศ กลับมาดำเนินการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในเวเนซุเอลา เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว นับตั้งแต่ถูกระงับไปในปี 2562
การเจรจากับอีแอลเอ็นเริ่มขึ้นเมื่อปี 2559 ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส แต่ชะงักไปเมื่อปี 2562 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีอีวาน ดูเก หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ในกรุงโบโกตา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย
ก่อนหน้านี้ การ์เซีย ซึ่งเป็นสมาชิกคนสำคัญใน “กองบัญชาการกลาง” ของอีแอลเอ็น ถูกต้องการตัวในข้อหาบังคับเกณฑ์เยาวชน 71 คน และการมีส่วนร่วมในการโจมตีเมื่อปี 2562
อนึ่ง เปโตร ซึ่งเป็นผู้นำโคลอมเบียจากพรรคฝ่ายซ้ายคนแรก เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ติดต่อกับอีแอลเอ็น หลังจากดำรงตำแหน่งปนะธานาธิบดีได้ไม่นาน เพื่อดำเนินตามนโยบาย “สันติภาพทั้งหมด” ของเขา
ทั้งนี้ทั้งนั้น โคลอมเบียประสบกับความรุนแรง และความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธมานานกว่า 50 ปี เกี่ยวกับเรื่องดินแดนและทรัพยากร ระหว่างรัฐกับกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กองกำลังติดอาวุธปฏิวัติโคลอมเบีย (ฟาร์ก), อีแอลเอ็น, กองกำลังกึ่งทหารฝ่ายขวา และแก๊งค้ายาเสพติด.
เครดิตภาพ : AFP



