สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงรับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เข้าเฝ้าฯ ที่พระราชวังในเมืองเจดดาห์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตันกล่าวว่า ทั้งสองฝ่าย “แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา” ในหลายประเด็น รวมถึงสถานการณ์โลก และเรื่องสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ ก่อนเดินทางมายังซาอุดีอาระเบีย บลิงเคนแสดงความหวัง เกี่ยวกับ “การสถาปนาความสัมพันธ์ระดับปกติ” ระหว่างอิสราเอลกับซาอุดีอาระเบีย และการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลวอชิงตัน “จะมีบทบาทสำคัญ” ในเรื่องนี้ เพื่อให้การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ เกิดขึ้น “เร็วที่สุดหรือง่ายที่สุด”
#VIDEO: Crown Prince Mohammed bin Salman and #US Secretary of State Antony Blinken discuss bilateral relations between the two countries and international developments during a meeting in #Jeddah pic.twitter.com/fWsqXIw5tu
— Saudi Gazette (@Saudi_Gazette) June 6, 2023
แม้ต่างฝ่ายต่างยังคงยืนยันว่า ให้ความสำคัญต่อกันในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุดีอาระเบียตึงเครียดมากขึ้น ภายในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เริ่มจากการฆาตกรรมนายจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลริยาด ภายในสถานกงสุลใหญ่ซาอุดีอาระเบีย ที่เมืองอิสตันบูลของตุรกี
หลังจากนั้น ซาอุดีอาระเบียเปิดรับการเข้ามาของจีนในตะวันออกกลาง และมีการยกระดับความร่วมมือระหว่างกันในหลายด้าน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับพลังงาน และการที่รัฐบาลปักกิ่งเป็นคนกลาง ให้ซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ และการที่รัฐบาลริยาดมีบทบาทสำคัญ ให้สันนิบาตอาหรับรับซีเรียกลับเข้าเป็นสมาชิก
นอกจากนั้น รัฐบาลวอชิงตันยังคงไม่พอใจอย่างหนัก ต่อการที่องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) ซึ่งมีซาอุดีอาระเบีย ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นหัวเรือใหญ่ และร่วมด้วยรัสเซีย ตลอดจนผู้ผลิตน้ำมันอีกหลายประเทศ ในนาม “โอเปกพลัส” ยังคงลดเพดานการผลิตน้ำมัน ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐแพงขึ้นมาก.
เครดิตภาพ : AFP



