สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่านายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ขณะมีอายุ 86 ปี ที่โรงพยาบาลซาน รัฟฟาเอเล ในเมืองมิลาน ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อวันจันทร์ โดยโรงพยาบาลแห่งนี้ เป็นสถานที่ซึ่งแบร์ลุสโกนีเข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลานาน 6 สัปดาห์ จากอาการป่วยด้วยโรคลิวคีเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นผลจากการติดเชื้อในปอด แม้แพทย์อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน แต่แบร์ลุสโกนีกลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

นายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี โบกมือทักทายประชาชนและสื่อมวลชน ขณะเดินทางออกจากโรงพยาบาลซาน รัฟฟาเอเล ในเมืองมิลาน เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2566


แบร์ลุสโกนี เกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2479 ที่เมืองมิลาน ในครอบครัวชนชั้นกลาง ซึ่งบิดาทำงานเป็นพนักงานธนาคาร และมารดาเป็นแม่บ้าน แบร์ลุสโกนีเป็นบุตรคนโตจากทั้งหมด 3 คน โดยมีน้องสาวและน้องชาย


แบร์ลุสโกนีเป็นที่รู้จักในสังคมอิตาลี จากการเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และการสื่อสารมวลชน เป็นผู้ก่อตั้ง “มีเดียเซต” บริษัทเกี่ยวกับธุรกิจสื่อสารมวลชนใหญ่ที่สุดของอิตาลี และเคยเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล “เอซี มิลาน” ระหว่างปี 2529-2560

นายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี ปราศรัยต่อที่ประชุมพรรคฟอร์ซา อิตาเลีย ที่เมืองมิลาน เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2562


เส้นทางการเมืองของแบร์ลุสโกนีเริ่มต้นเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว ด้วยการที่เจ้าตัวก่อตั้งพรรคฟอร์ซา อิตาเลีย เมื่อปี 2536 แล้วนำพรรคชนะการเลือกตั้งทั่วไปในอีก 1 ปีหลังจากนั้น สร้างประวัติศาสตร์ให้แบร์ลุสโกนีเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอิตาลี ซึ่งไม่มีประสบการณ์การเมืองมาก่อน หลังจากนั้น แบร์ลุสโกนีดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลอิตาลีอีก 3 สมัย จนถึงปี 2554 แม้วาระไม่ต่อเนื่อง แต่เพียงพอทำให้แบร์ลุสโกนีถือเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในอำนาจยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิตาลี นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง


หลังหมดวาระเมื่อปี 2554 แบร์ลุสโกนีเผชิญกับการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมากมาย รวมถึงคดีฉ้อโกงภาษี ซึ่งศาลพิพากษาเมื่อปี 2555 ให้รับโทษด้วยการถูกจำกัดบริเวณ และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนี้ ศาลลงโทษตัดสิทธิทางการเมืองของแบร์ลุสโกนีด้วย แต่ได้รับการยกเลิกก่อนการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2561


แม้ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นไม่เพียงพอให้พรรคฟอร์ซา อิตาเลีย และพันธมิตร ได้เป็นรัฐบาล แต่ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อเดือน ต.ค. 2565 พรรคฟอร์ซา อิตาลี จับมือกับพรรคฝ่ายขวาหลายพรรค รวมถึงพรรคบราเธอร์ส ออฟ อิตาลี ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด ของนางจอร์เจีย เมโลนี ชนะการเลือกตั้ง และส่งให้เมโลนีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลี.

เครดิตภาพ : AFP