เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดป้าย “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” และงาน Open House “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” โดยมี ผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนองค์กรหลักสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นายคมกฤช จันทร์ขจร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รักษาราชการแทนอธิบดี กรมส่งเสริมการเรียนรู้ นางสาวทรงศรี วิระรังษิยากรณ์ นายวุฒิพล ทับธานี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมพิธีดังกล่าว ณ บริเวณด้านหน้าอาคารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และห้องประชุมบุณยเกตุ อาคารหอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

โดย น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นให้คนไทยทุกเพศทุกวัยมีโอกาสเรียนรู้และเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม และเป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมา ของ กศน. ทั้งนี้วิถีชีวิตและการเรียนรู้ของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป สืบเนื่องมากจากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและการสื่อสาร การขยายตัวทางสังคมในโลกยุคใหม่ที่ได้แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง เกิดองค์ความรู้และวิทยาการใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ศธ. จึงพิจารณาเห็นว่าควรมีการปรับโครงสร้างหน่วยงานภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ จึงได้มีการผลักดันพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 และจัดตั้งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนคนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส จะสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้ปรัชญา No One Left Behind หรือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นสำคัญในการจัดตั้งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ คือ การเชื่อมโยงรูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่ทำอยู่เดิม กับรูปแบบการเรียนรู้ในบริบทสังคมยุคปัจจุบัน มีการจัดตั้งหน่วยจัดการเรียนรู้ที่จะขยายตัวรองรับทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มทักษะชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในรูปแบบที่หลากหลาย โดยมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ดังนั้นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จึงเป็นหน่วยงานที่ต้องมีการปรับตัวให้ตอบสนองความต้องการทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหน้าที่ภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้จะมีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่รับผิดชอบก็จะขยายวงกว้างขึ้น ครอบคลุมทุกกลุ่มทุกช่วงวัย รวมทั้งมีความคาดหวังจากสังคมว่าจะเป็นกำลังสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในการจัดการเรียนรู้ของประเทศไทย รูปแบบการทำงานจึงต้องเป็นแบบบูรณาการ