สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ว่า นักวิทยาศาสตร์หลายคนทำการตรวจสอบปรากฏการณ์นี้แบบเจาะลึก ในการศึกษาใหม่ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า มันมีความหมายต่อการทำความเข้าใจในการสกัดแร่ หรือการปะทุของแมกมาในเปลือกโลก
นายลูอิซ เปเรรา นักวิจัยชาวบราซิล และผู้เขียนนำของงานศึกษา กล่าวว่า เขามีความคิดนี้ครั้งแรกเมื่อเดินทางผ่านกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา เพื่อไปเรียนภาษาสเปน หลังจากเขาเห็นว่า บาร์เทนเดอร์ของเมืองหยิบถั่วลิสง 2-3 เม็ด แล้วใส่ลงในเบียร์
ปรากฏการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้น เพราะถั่วลิสงมีความหนาแน่นมากกว่าเบียร์ มันจึงจมสู่ก้นแก้วในตอนแรก จากนั้นถั่วแต่ละเม็ดจะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “จุดเกิดนิวเคลียส” ส่งผลให้ฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขนาดจิ๋วหลายร้อยฟอง ก่อตัวบนผิวถั่ว และทำหน้าที่เป็นเหมือนห่วงชูชีพที่ทำให้เมล็ดถั่วลิสงลอยขึ้นไป
เมื่อฟองก๊าซขึ้นถึงผิวน้ำ มันก็จะแตก ทำให้ถั่วลิสงจมลงไปอีกครั้ง ก่อนที่จะลอยขึ้นมาด้วยฟองก๊าซที่ก่อตัวใหม่ ซึ่งการเคลื่อนไหวเช่นนี้จะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะหมด หรือมีใครบางคนมาขัดจังหวะด้วยการดื่มเบียร์
งานศึกษาดังกล่าว ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร Royal Society Open Science อธิบายถึงปัจจัยสำคัญ 2 อย่าง ที่บรรดานักวิจัยเรียกว่า “ระบบเบียร์-ก๊าซ-ถั่วลิสง” ซึ่งพวกเขาพบว่า ยิ่ง “มุมสัมผัส” ระหว่างส่วนโค้งของฟองก๊าซแต่ละฟองกับผิวของถั่วลิสง มีขนาดใหญ่เท่าใด โอกาสที่ฟองก๊าซจะก่อตัวและขยายใหญ่ ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทว่าฟองก๊าซจะไม่ขยายใหญ่เกินรัศมี 1.3 มิลลิเมตร
ทั้งนี้ เปเรรากล่าวเพิ่มเติมว่า นักวิทยาศาสตร์จะยังคงศึกษาลักษณะของถั่วลิสงและเบียร์ในรูปแบบต่าง ๆ ต่อไป โดยหวังที่จะสร้างแบบจำลองของปรากฏการณ์นี้ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม และอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบางอย่างได้.
เครดิตภาพ : AFP



