เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ได้ยกฐานเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ตามที่พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 มีผลบังคับใช้ ซึ่งในช่วงของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างในครั้งนี้เราจะต้องบริหารจัดการให้สกร.เกิดประสิทธิภาพทั้งบุคลากรและงบประมาณ ดังนั้นในระหว่างนี้อาจจะต้องมีการวางแผนการจัดทำกรอบวงเงินงบประมาณของสกร.ใหม่ เพื่อวางเป็นแนวทางให้แก่รัฐบาลชุดใหม่ให้เข้ามาดำเนินการต่อ เพื่อให้งบประมาณได้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้การบริหารงานภายในอาจสะดุดและล่าช้าได้ ส่วนความคล่องตัวของการเป็นกรมใหม่นั้น เชื่อว่าสกร.จะทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากงบประมาณจะได้รับเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย  เนื่องจากต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการเป็นหน่วยงายเดิมอย่างสำนักงานกศน.ได้รับงบประมาณจำนวนน้อยมากหากเทียบกับภาระกิจที่ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลกลุ่มคนเปราะบาง การสร้างโอกาสทางการศึกษา รวมถึงการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ซึ่งถือเป็นภาระกิจที่สำคัญอย่างมาก

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า  ทั้งนี้สกร.หรือกศน.เดิมได้สร้างช่องทางอาชีพที่หลากหลายตามความสนใจของประชาชนให้เป็นผู้ประกอบการที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ และยังรู้จักเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยเทคโนโลยี ซึ่งนับเป็นการจัดการศึกษาแนวใหม่ที่สามารถสร้างอาชีพหลักที่มั่นคงให้กับผู้เรียนและครอบครัวได้จริง  สำหรับจัดการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีถือเป็นจังหวัดที่มีความเข้มแข็งของ soft power ครอบคลุมทุกด้าน เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก อาหาร ศิลปวัฒนธรรม ดังนั้นหน่วยงานทางการศึกษา โดยเฉพะสกร.จะต้องทำการบ้านร่วมกับคนในพื้นที่ว่าพัฒนาการศึกษาอย่างไรให้ตอบโจทย์การพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี  รวมถึงการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หอการค้า หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชน เพื่อผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพเพื่อเป็นรากฐานในพัฒนาท้องถิ่นต่อไป