นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญ ที่เปิดโอกาสให้ ศิลปิน เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมถ่ายทอดผลงานเล่าความรู้สึกนึกคิด ประสบการณ์งานศิลปกรรม กับ “โครงการประกวดศิลปกรรม ปตท. ประจำปี 2566” โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงานต่อเนื่องมายาวนาน นับเป็นครั้งที่ 38 เพื่อเปิดเวทีให้ศิลปินทุกระดับสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม รวมทั้งต่อยอดนำทักษะสร้างสาธารณะประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม


สำหรับหัวข้อการประกวดปีนี้ คือ “จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต” มาจากวิกฤติการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนทั้งโลกไปโดยสิ้นเชิง การท้ายทายโลกอนาคต คือการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดคิดในทุกมิติ ซึ่งประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังวิกฤติโควิด-19 คนทุกรุ่น ทุกสาขาอาชีพ เริ่มกลับมามีพลังกายและพลังใจ ปรับตัว ลุกขึ้นใหม่พร้อมความหวังอีกครั้ง ถือเป็น “ความท้าทาย” และ “โอกาส” ในการพัฒนาธุรกิจพลังงานและริเริ่มธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงานเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตอนาคต ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มอบคุณค่าตอบแทนสังคม พัฒนาศักยภาพความยั่งยืนของธุรกิจ ด้วยความหวังที่จะเห็นทุกคนกลับมา “ขับเคลื่อนสร้างสรรค์อนาคต” และ “ข้ามผ่านวิกฤติหลังโควิด 19” ครั้งนี้ ไปพร้อมกัน


ปีนี้มีผลงานศิลปกรรมทุกประเภท ทั้งด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และผลงานสร้างสรรค์ทางด้านทัศนศิลป์อื่นๆ เข้าร่วมส่งผลงานเป็นจำนวนมาก ล่าสุดทางคณะกรรมการคัดเลือก และตัดสินผลงาน ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในวงการศิลปกรรม 10 ราย ได้ร่วมกันดำเนินการตัดสินผลงานเสร็จสิ้นแล้ว และจะมีการประกาศผลการตัดสินในวันที่ 14 ก.ค. 66 นี้ โดยเงินรางวัลแบ่งเป็นสองระดับ คือ ระดับเยาวชนและระดับประชาชนทั่วไป ได้แก่

ระดับเยาวชนกลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี มอบรางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 7,000 บาท ขณะที่กลุ่มอายุ 9-13 ปี มอบรางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 15,000 บาท และรางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท ด้านกลุ่มอายุ 14-18 ปี มอบรางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 15,000 บาท

ระดับประชาชนทั่วไป แบ่งเป็นรางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 200,000 บาท และรางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท รวมถึงได้รับสิทธิ์ในการจัดนิทรรศการแสดงผลงานที่หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา ภายใต้เงื่อนไขที่ทาง ปตท. กำหนด

ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ของ ปตท. เป็นตัวชี้วัดที่ดีมาก เป็นตัวบ่งชี้ว่างานศิลปะอยู่ในชีวิตคนทุกคน แต่ต้องให้โอกาสในการสร้างงานศิลปะ สิ่งที่ ปตท. ดำเนินการส่งเสริมถือเป็นการกระตุ้นสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์คือการสร้างงานศิลปะ ซึ่งปตท. ได้ให้การสนับสนุนโดยจะมีการกำหนดหัวข้อในประเด็นที่เป็นโจทย์ให้นำเสนอชิ้นงาน ทั้งในกลุ่มเด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ระเบิดความในใจออกมา มีการตีความเพื่อนำผลงานส่งเข้าร่วมแข่งขัน ถือเป็นจุดเด่นของ ปตท. ในการจุดไอเดียความคิดของผู้คน
“ผลงานที่สะท้อนออกมาจากความคิดของผู้คน ถือเป็นตัวชี้วัดว่า ปตท. สามารถจุดประกายความคิดด้านงานศิลปะให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าศิลปะคืออะไร โจทย์ที่ ปตท. กำหนดได้มีการขมวดแนวคิด เพื่อให้เกิดการตีความ นำไปสู่การแสดงความรู้สึกถึงสิ่งที่ต้องการสื่อได้อย่างชัดเจน ผ่านงานศิลปะที่ประกอบไปด้วยคุณธรรม จริยธรรมทั้งหมดนี้รวมกันเรียกว่าเป็น Soft Power ที่ยิ่งใหญ่”

ศาสตราจารย์ทินกร กาษรสุวรรณ กล่าวว่า การกำหนดหัวข้อของ ปตท.แต่ละปี จะสะท้อนถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งแต่ละปีศิลปินทุกระดับ จะติดตามว่า ปตท.จะนำเสนอหัวข้ออะไร โดยภาพรวมผลงานปีนี้ที่ส่งเข้าประกวดถือว่า ดีมาก ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ครอบครัว ศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม สะท้อนถึงแนวคิดการให้ความหวัง จุดพลัง ให้กำลังใจ หลังจากที่เราได้ผ่านพ้นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด -19 ถือเป็นปีที่เราให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จากการที่ผ่านเรื่องราวอะไรหลายๆ อย่าง อาจทำให้เรารู้สึกท้อแท้ เมื่อสามารถผ่านพ้นมาได้ ก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน นำไปสู่การจุดประกายความหวัง ซึ่งการจัดงานประกวดศิลปกรรม ของ ปตท. ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงออกทางความคิด นำเสนอไอเดียที่อยู่ในใจแต่ละคนผ่านงานศิลปะ เพื่อสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร กล่าวว่า ปีนี้หัวข้อที่กำหนด จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต เป็นการเปิดกว้าง ผลงานส่งเข้าประกวดที่ค่อนข้างจะใช้จินตนาการจุดประกายความหวัง ทำให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานด้วยความคึกคักของตัวเอง เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้รู้ว่า การผ่านพ้นช่วงวิกฤติการณ์โควิด ความรู้สึกอึดอัด 2 ปีที่ผ่านมา มีหลายๆ ผลงานที่น่าสนใจ ซึ่งอยากให้ศิลปินทุกระดับส่งงานเพิ่มเข้ามาในทุกๆ ปี



