ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของทุกปี ส่งผลให้เกิดผลกระทบในหลายด้าน ทั้งด้านการจราจร และการใช้ชีวิตประจำวัน ในปี 2566 นี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมการป้องกันน้ำท่วมและการระบายน้ำในพื้นที่โดยถอดบทเรียนจากน้ำท่วมเมื่อปี 65 ที่ผ่านมา และพบว่าในพื้นที่กรุงเทพฯมีปัญหาน้ำท่วม รวม 737 จุด แบ่งเป็น ปัญหาน้ำท่วมจากน้ำเหนือน้ำหนุน 120 จุด และปัญหาน้ำท่วมจากน้ำฝน 617 จุด

ในปีนี้ กทม. โดย สำนักการระบายน้ำ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการแก้ปัญหาจากน้ำเหนือน้ำหนุน 120 จุด ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ 29 จุด ดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้ 41 จุด (ได้รับงบประมาณแล้ว) อยู่ระหว่างสำรวจออกแบบ 31 จุด และอยู่ระหว่างประสานเอกชนและหน่วยงานราชการ 19 จุด โดยมีมาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนในการรับมือน้ำเหนือและน้ำหนุน ด้วยการเรียงกระสอบทราย 68 จุด ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 จุด สร้างรางระบายน้ำ 1 จุด ปรับปรุงคันดิน (JET MIX) 18 จุด ปรับปรุงบ่อสูบน้ำ 1 จุด ปรับปรุงบ่อสูบน้ำ+JET MIX 1 จุด ยังไม่ได้รับความยินยอม 1 จุด

ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังจากน้ำฝน 617 จุด แบ่งเป็นการแก้ไขปัญหาของสำนักการระบายน้ำ 144 จุด แก้ไขแล้วเสร็จ 61 จุด แก้ไขแล้วเสร็จภายในปีนี้ 40 จุด (ได้รับงบประมาณแล้ว) อยู่ระหว่างสำรวจออกแบบ 43 จุด และการแก้ไขปัญหาของสำนักงานเขต 473 จุด เขตอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง 21 จุด เขตได้รับงบแล้ว 79 จุด เขตดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณอีก 69 จุด อยู่ในโครงการของสำนักการระบายน้ำ 68 จุด อยู่ในโครงการของสำนักการโยธา 3 จุด ถนนส่วนบุคคล 24 จุด อยู่ระหว่างสำรวจออกแบบ 209 จุด โดยมีมาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 224 จุด ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 40 จุด เรียงกระสอบทราย 97 จุด ขุดลอกคลอง 17 จุด เสริมผิวจราจร 24 จุด

ด้านความคืบหน้าการขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ความยาวท่อระบายน้ำทั้งหมด 6,441 กม. ในปี 2565 ขุดลอก 3,356.9 กม. ส่วนปี 2566 มีแผนขุดลอก 3,758.5 กม. คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.66 ส่วนการขุดลอกคลองและเปิดทางน้ำไหลเพื่อรองรับน้ำในฤดูฝน กรุงเทพมหานครมีคลอง 1,980 คลอง ความยาว 2,744,923 เมตร ในปี 2565 ดำเนินการลอกคลอง 67 คลอง ความยาว 132,747 เมตร ปี 2566 มีแผนลอกคลอง 182 คลอง ความยาว 202,704 เมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.66

ด้านการบำรุงรักษาสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำประจำปี 2566 จำนวน 430 แห่ง ประกอบด้วย สถานีสูบน้ำ 188 แห่ง และประตูระบายน้ำ 242 แห่ง ทำการตรวจเช็คระบบไฟฟ้า เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ ระบบน้ำมันหล่อลื่น การทำความสะอาด ทาสี เครื่องมืออุปกรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.66 พร้อมทั้งดำเนินการซ่อมบำรุงเครื่องสูบน้ำดีเซลและบ่อสูบน้ำประจำปี 2566 โดยสำนักการระบายน้ำตรวจสอบบ่อสูบน้ำแล้วเสร็จ ทั้งหมด 482 แห่ง และตรวจเครื่องสูบน้ำดีเซลที่สนับสนุนสำนักงานเขตแล้วเสร็จทั้งหมด 379 เครื่อง

พร้อมกันนี้กรุงเทพมหานครจะพัฒนาระบบพยากรณ์และการตรวจกลุ่มฝน ด้วยระบบพยากรณ์ Al-Nowcasting ซึ่งสามารถให้ข้อมูลการคาดการณ์ฝนล่วงหน้าได้ 3 ชั่วโมง นอกจากนี้มีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดสภาพอากาศ กล้องเพื่อดูสภาพอากาศและกลุ่มเมฆ จำนวน 6 แห่ง และติดตั้ง จำนวน 3 แห่ง ดำเนินการติดตั้งเสร็จแล้วที่ อาคารสำนักการระบายน้ำ ประตูระบายน้ำหลวงแพ่ง และประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา คงเหลือที่ประตูระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี อาคารศูนย์ป้องกันน้ำท่วมหนองบอน และอาคารสำนักงานเขตลาดพร้าว รวมทั้งติดตั้ง eagle radar (เรดาร์ชนิด X band) จำนวน 1 สถานี ที่อาคารศูนย์ป้องกันน้ำท่วมหนองบอน เพิ่มจากของกรุงเทพมหานคร ที่มีอยู่ 2 สถานี จากการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้น จะทำให้ได้ข้อมูลการคาดการณ์ฝนที่มีความละเอียดมากขึ้น เนื่องจากมีการนำเข้าข้อมูลสภาพอากาศเข้ามาร่วมวิเคราะห์ ทำให้สามารถตรวจวัดฝนได้แม่นยำขึ้น

นอกจากนี้ได้พัฒนาระบบตรวจวัดน้ำท่วมบนถนน ดำเนินการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดน้ำท่วมบนถนนและอุโมงค์ทางลอดรวมทั้งสิ้น 108 แห่ง และจะมีการพัฒนาระบบตรวจวัดน้ำท่วมบนถนนเพิ่มอีก 140 แห่ง โดยจะติดตั้งตามพื้นที่ทั้ง 50 เขต ที่มีการถอดบทเรียนในจุดเสี่ยงน้ำท่วมต่างๆ รวมทั้งการพัฒนา Platform แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร มีการพัฒนาการแสดงผลแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม โดยประชาชนจะสามารถเข้าดูจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วม รวมถึงจุดเสี่ยงภัยจากน้ำเหนือและน้ำหนุน แสดงวิธีการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขจากการถอดบทเรียนน้ำท่วม 2565 รวมถึงมีการเชื่อมกล้อง CCTV เข้ามาไว้บน Platform แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้กรุงเทพมหานครจะเตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลังเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม แต่ยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถดำเนินการตามมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ อาทิ มีหลายพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ของเอกชน ยังไม่ยกเป็นพื้นที่สาธารณะ ทำให้กรุงเทพมหานครไม่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ รวมถึงปัญหาการทิ้งขยะในที่สาธารณะและในคลอง ส่งผลต่อประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ ดังนั้น หากกรุงเทพมหานครได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เชื่อว่าระบบการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมที่กรุงเทพมหานครเตรียมการไว้จะสามารถดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ และลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม