สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ว่ากระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสรายงาน การจับกุมผู้ก่อความไม่สงบทั่วประเทศอย่างน้อย 719 คน ระหว่างคืนวันเสาร์ต่อเนื่องวันอาทิตย์ หลังภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นมีผู้ถูกจับกุมทั่วประเทศ 1,311 คน
ด้านนายเฌราร์ ดาร์มาแน็ง รมว.กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ยกย่องและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งเผยว่า ผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่ยังคงมีอายุน้อยมาก และเรียกร้องบรรดาผู้ปกครองเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลบุตรหลาน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการปลุกระดมผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์

แม้ในภาพรวมถือว่า ความรุนแรง “เริ่มลดระดับลงบ้าง” แต่นายวินเซนต์ ฌองบรุน นายกเทศมนตรีเมืองไลย์เล-รอส ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงปารีส ประณามผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งพุ่งชนบ้านของเขา ส่งผลให้ภรรยาและบุตรคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ดังกล่าวเรียกเสียงประณามอย่างหนักจากรัฐบาลฝรั่งเศส ที่เตือนกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า อาจถูกดำเนินคดีฐาน “พยายามฆ่า”
Le domicile du maire de L'Haÿ-les-Roses attaqué à la voiture bélier lors de nouvelles émeutes cette nuit pic.twitter.com/lo5auXJyKo
— BFMTV (@BFMTV) July 2, 2023
Pantin: une maison de quartier a été incendiée pendant la nuit pic.twitter.com/rPlx8dtl1W
— BFMTV (@BFMTV) July 2, 2023
ทั้งนี้ ความไม่สงบและความรุนแรงในฝรั่งเศสรอบนี้ ยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากกรณีตำรวจยิงสังหาร “นายนาเฮล เอ็ม” วัย 17 ปี ระหว่างเผชิญหน้ากันที่ด่านตรวจ ในเมืองน็องแตร์ ทางตะวันตกของกรุงปารีส เนื่องจากนาเฮลฝ่าฝืนกฎจราจร หลังจากนั้น รถยนต์ของนาเฮลเสียหลักพุ่งชนสิ่งกีดขวาง และเจ้าตัวเสียชีวิต
ขณะที่ครอบครัวของนาเฮลจัดพิธีศพให้กับบุตรชาย ที่มัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองน็องแตร์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย นางมูเนีย มารดาของนาเฮล กล่าวว่า เธอไม่เหมารวมว่าตำรวจทั้งองค์กร “เป็นผู้ร้าย” เธอขอเจาะจงเฉพาะกับบุคคลที่ลั่นไกปืนใส่บุตรชายของเธอเท่านั้น คือเจ้าหน้าที่วัย 38 ปี ซึ่งถูกดำเนินคดี “ฆาตกรรมโดยบันดาลโทสะ” สังหารบุตรชายของเธอ “เพียงเพราะมีใบหน้าของคนอาหรับ” หมายถึงเชื้อสายแอลจีเรียของครอบครัว
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น จุดประเด็นการวิจารณ์เกี่ยวกับ “การใช้อำนาจเกินขอบเขตของเจ้าพนักงาน” และทำให้หลายฝ่ายนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์จลาจลเมื่อปี 2548 ซึ่งมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 6,000 คน โดยมีชนวนเหตุจากการที่เด็กชายชาวแอฟริกันสองคนเสียชีวิตระหว่างการติดตามจับกุมของตำรวจ และกฎหมายควบคุมการใช้อาวุธฉบับปี 2560 ที่อนุญาตให้ตำรวจสามารถใช้อาวุธกับผู้ซึ่งขัดขืนคำสั่ง.
เครดิตภาพ : AFP








